เปิดตัว iQOO U5x สมาร์ทโฟนมิดเรนจ์ขุมพลัง Snapdragon 680 แบตอึด 5,000mAh

iqoo u5x

iQOO U5x สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ของแบรนด์ iQOO ที่เป็นแบรนด์ย่อยของ Vivo และเป็นรุ่นลดสเปกจากรุ่นพี่อย่าง iQOO U5 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว โดยคราวนี้มันมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ ขับเคลื่อนการทำงานด้วยขุมพลัง Snapdragon 680 ของ Qualcomm และมีชุดกล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียดสูงสุด 13MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 10W

iQOO U5x มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 680 และ RAM 4GB/8GB

iqoo u5x

หลังจากที่ได้เปิดตัว iQOO U5 ไปตั้งช่วงเดือนธันวาคม 2021 ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง iQOO ก็ได้เปิดตัวรุ่นลดสเปกอย่าง iQOO U5x ซึ่งตัดคุณสมบัติการรองรับ 5G ออกไป แต่สเปกส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับเดียวกับรุ่นก่อนหน้า แถมยังมีราคาถูกลง โดยมันมาพร้อมหน้าจอแสดงผล LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ รองรับรีเฟรชเรท 60Hz  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11

iqoo u5x

ครอบด้วยยูสเซอร์อินเทอร์เฟส OriginOS Ocean  ใช้ชิปประมวลผลรุ่นยอดฮิตของมือถือระดับมิดเรนจ์อย่าง Qualcomm Snapdragon 680 ที่เป็นชิปขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็วสูงสุด 2.4GHz จับคู่กับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 610 ที่สามารถรันเกมได้ลื่นไหลพอสมควร ใช้หน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB/8GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่ทาง iQOO เคลมว่า สามารถเปิดโหมดสแตนบายได้ยางนานสุด 25 วัน และสามารถคุยโทรศัพท์ต่อเนื่องนานสุดถึง 10 ชั่วโมง ด้วยการชาร์จเต็ม 100% เพียงครั้งเดียว และยังรองรับระบบชาร์จไว 10W ด้วย 

iqoo u5x

ในส่วนของคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพiQOO U5x ก็มาพร้อมชุดกล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 13MP+2MP พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 8MP ใช้ดีไซน์ทรงหยดน้ำ และยังติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่อง รวมถึงมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรด้วย  ทั้งนี้ ทาง Vivo ได้วางจำหน่ายเจ้าiQOO U5x อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยมีราคาตามขนาด RAM ได้แก่ รุ่น 4GB/128GB ราคา 899 หยวน หรือประมาณ 4,700 บาท ส่วนรุ่น 8GB/128GB จะอยู่ที่ 1,099 หยวน หรือประมาณ 5,800 บาท ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางขายในบ้านเราด้วยหรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป และอย่าพลาด 123bet เว็บพนันออนไลน์ อันดับ 1 ในเอเชีย มั่นคง เชื่อถือได้ จ่ายจริง มีรางวัลมากมาย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงมาพร้อมจอ OLED 144Hz ชิป S8 Gen1

Motorola Edge+

Motorola Edge+ ว่าที่สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวในต่างประเทศไปเมื่อไม่นานมานี้ โดยสเปกของมือถือรุ่นนี้ก็เรียกได้ว่าแรงระดับเรือธงเลยทีเดียว โดยมันจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผแบบ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความคมชัดระดับ Full HD+

รีเฟรชเรทถึง 144Hz  ใช้ชิปประมวลผลตัวแรงอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Gen1 และมีชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 50MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,800mAh

Motorola Edge+ ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen1 และ RAM 8GB/12GB

 Motorola Edge+

Motorola Edge+มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 144Hz รองรับการแสดลผลแบบ HDR10+ และมีอัตราส่วนหน้าจอตัวต่อเครื่องมากถึง 95.8% ครอบด้วยกระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5 ตัวหน้าจอด้านบนใช้ดีไซน์แบบเจาะรูสำหรับวางกล้องหน้า

ติดตั้งลำโพงสเตอริโอและระบบเสียง Dolby Atmos ตัวมือถือทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen1 ของ Qualcomm ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 4 นาโนเมตร

ความเร็ว 3.0GHz ประกบคู่กับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาด 8GB/12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 3.1 ที่มีความจุถึง 3 ขนาด ได้แก่ 128GB/256GB/512GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,800 ที่มีเทคโนโลยีชาร์จไว 15W  

Motorola Edge+

ด้ายการถ่ายภาพMotorola Edge+ มาพร้อมชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP+50MP+2MP รองรับการถ่ายภาพ HDR และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K ที่ 24 เฟรมต่อวินาที

ส่วนกล้องหน้าก็ให้มาที่ความละเอียดถึง 60MP  นอกจากนี้มือถือรุ่นนี้จะรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G, Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6E  รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB Type-C 3.1 ด้วย

สำหรับMotorola Edge+ ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในสหรัฐอเมริกา ไปตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 33,xxx บาท  ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยหรือไม่นั้น อาจจะต้องลุ้นหนักสักหน่อย

Motorola Edge+

เพราะบ้านเราเพิ่งนำเจ้าMotorola Edge 30 Pro ที่มีสเปกใกล้เคียงกันเข้ามาวางขายได้ไม่นาน หากนำ Edge+ เข้ามาขายอีกรุ่นก็อาจจะทับไลน์กันได้นั่นเอง และห้ามพลาด ufabet xyz เว็บแทงบอลออนไลน์น้องใหม่ ให้บริการอย่างครบวงจร เว็บตรง เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีวิว MSI Modern AM242P AIO สุดทันสมัย พร้อมตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่

MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO เป็นรุ่นที่ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่า ในราคาที่เบาสบายประเป๋า พีซีรุ่นนี้ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ในรูปแบบใหม่ ยิ่งใครที่ได้ทำงานในออฟฟิศ บอกเลยว่าจะถูกใจแน่นอน ยิ่งในช่วงนี้จะมีการทำงานในรูปแบบของ Work from Home กันเยอะมาก การที่ได้ซื้อพีซีจะต้องบอกเลยว่าประหยัดเนื้อที่อยู่ไม่ใช่น้อย มีสเปคที่แรง จนต้องไม่พลาดที่จะซื้อมาใช้งานกันให้ได้สักครั้ง 

ความโดดเด่นที่น่าสนใจของ MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO

ในความโดดเด่นที่เรียกได้ว่า เป็นตัวที่แรง มีแรมเยอะ เครื่องมาในรูปแบบของความเร็วที่สูงมาก มาในระบบปฏิบัติการวินโดว์ 11 โฮม ที่พร้อมจะมาเป็นตัวช่วยสำหรับทุกคนได้ใช้งานสะดวก ใช้ได้ต่อเนื่องยาวๆ เครื่องไม่เกิดปัญหา มีระบบการระบายความร้อนได้สูงในตัวเครื่อง ทำให้ไม่เกิดปัญหาขณะที่ได้ใช้งาน ยิ่งใครที่มีพื้นที่ในบนโต๊ะทำงานน้อย จะต้องโดนใจ สามารถที่จะปรับระดับความสูงและต่ำได้ตามความต้องการ ทำให้สะดวกต่อการมองเห็น มีกล้อง IP ที่จะเป็นระบบการรักษาความปลอดภัย เพื่อที่จะเป็นการปลดล็อคตัวเครื่องได้สะดวก มีช่องให้ไว้ร้อยสายไฟได้ด้วย สามารถต่อหน้าจอเสริมได้พร้อม ถ้าหากว่าใครอยากเป็นหน้าจอที่เสริมไว้ใช้งานกับโน๊ตบุ๊คทำได้ง่าย 

 MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO ใช้งานได้มีประสิทธิภาพ

ในการใช้งานเมื่อได้ทดสอบแล้ว ไม่มีปัญหาที่เกิดขึ้นกับรุ่นนี้ มีลำโพงที่ใช้งานได้ดี เสียงดัง สามารถใช้ในการประชุมออนไลน์ได้ ขาตัวเครื่องเน้นการออกแบบได้ทนทาน แข็งแรง สามารถเชื่อมพอร์ตได้พร้อม ปรับก้มและเงยได้ง่าย เครื่องไม่ดังขณะที่ระบายความร้อนออก เก็บเสียงได้ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วไป การออกแบบตัวเครื่องเน้นความเรียบง่าย ขอบบาง มีทั้งหมด 2 สีให้ได้เลือกคือ ดำและขาว มีโลโก้ที่เด่นชัดออกมาได้สวยงาม 

 MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO รุ่นนี้ที่พร้อมให้ทุกท่านได้ใช้งานแล้ว ในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 3 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น สุดคุ้มค่า ราคาสบายกระเป๋า รับรองว่าไม่ผิดหวัง ใช้งานได้หลายด้านโดนใจ และห้ามพลาด Sagame168th คาสิโนออนไลน์อันดับ 1 ระบบออโต้ ฝากถอน 30 วิ ดีที่สุดในไทย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เตรียมเปิดตัว OPPO K10 คาดมาพร้อมจอ AMOLED 90Hz ชิปเซ้ต Snapdragon 680

OPPO K10

OPPO K10 ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ที่ข่าวลือว่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้  ล่าสุด ทางเว็บไซต์ทางการของOPPO ได้ออกมาเปิดเผยสเปกบางส่วนของมือถือรุ่นนี้แล้ว โดยมันจะมาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 680 ของ Qualcomm ที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็ว 2.4GHz รองรับหน่วยความจำเสริม (microSD Card) และชุดกล้องหลังจำนวน 3 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 50MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 33W SuperVOOC 

OPPO K10 อาจมาพร้อมหน้าจอ AMOLED Full HD+ รีเฟรชเรท 90Hz 

OPPO K10

เว็บไซต์ OPPO Official ของประเทศอินเดีย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่าOPPO K10 มือถือระดับมิดเรนจ์รุ่นใหม่จะมาพร้อมชิปประมวลผลที่รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G อย่าง Qualcomm Snapdragon 680 ที่เป็นชิปเซ็ตขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็งสูงสุดถึง 2.4GHz รองรับถาดใส่ซิมแบบ Triple-Slot และรองรับหน่วยความจำเสริม (miscroSD Card) ที่ไม่ระบุความจุสูงสุด และชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 50MP มีกล้องหน้าความละเอียด 16MP พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 33W SuperVOOC 

OPPO K10

นอกจากสเปกข้างต้นที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว ยังมีข่าวลือออกมาช่วงก่อนหน้านี้ว่าOPPO K10 อาจมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว แบบ AMOLED ความละเอียดอยูที่ระดับ Full HD+ รองรับอัตรารีเฟรชเรท 90Hz และมีค่าความหนาแน่นเม็ดพิกเซลอยู่ที่ 339ppi หน้าจอด้านบนใช้ดีไซน์แบบเจาะรูสำหรับวางกล้องหน้า รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบด้วย ColorOS 11.1 และมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB  ในส่วนของการเชื่อมต่อ คาดว่าจะรองรับทั้ง Bluetooth 5.1 และ Wi-Fi 802.11, b/g/n 

OPPO K10

สำหรับเจ้า เจ้าOPPO K10 จะวางจำหน่ายผ่านทางร้านค้าออนไลน์ยอดนิยมของอินเดียอย่าง Flipkart ส่วนราคาเปิดตัวคาดว่าจะอยู่ที่ 19,990 รูปี หรือประมาณ 8,8xx บาท ส่วนเรื่องการวางจำหน่ายแบบ Global นั้น คงต้องรอติดตามต่อไป แต่คาดว่าทางOPPO คงจะไม่นำมือถือรุ่นนี้ไปขายยังต่างประเทศ เนื่องจากตัวมือถือรุ่นนี้รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G เฉพาะที่อินเดียเท่านั้น หากมีการนำไปวางจำหน่ายต่างประเทศก็จะรองรับเฉพาะ 4G  และขอแนะนำ สล็อต666

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว OPPO A16k ครบเครื่องด้วยจอ 6.52 นิ้ว HD+ ขุมพลัง  Helio G35

OPPO A16k

OPPO A16k สมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมจุดเด่นดีไซน์ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 7.85 มิลลิเมตร มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4

ติดตั้งหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความละเอียด HD+ และมีฟีเจอร์ Eye-Care ช่วยปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้า ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นเล็กแต่ประสิทธิภาพสูงอย่าง Helio G35 ของ MediaTek พร้อมด้วยแบตเตอรี่ขนาด 4,230mAh ที่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวันด้วยการชาร์จเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น

OPPO A16k มาพร้อมชิปเซ็ต Helio G35 และ RAM ขนาด 3GB

OPPO A16k

OPPO A16k ชูจุดเด่นด้านดีไซน์ตัวเครื่อง 3D มีความโค้งมน สอดรับกับฝ่ามือ และมีความบางเฉียบเพียง 7.85 มิลลิเมตร ใช้หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.52 นิ้ว ความคมชัดระดับ HD+ รีเฟรชเรท 60Hz

ครอบคลุมขอบเขตสี 71% ของ NTSC บนอัตราส่วน 20:9 และมีฟีเจอร์ Eye-Care ช่วยปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้า ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 3 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11

ครอบด้วย ColorOS 11.1 ใช้ชิปประมวลผลรุ่นเล็กที่แต่ประสิทธิภาพสูงอย่าง Helio G35 ของ MediaTek ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร ความเร็ว 2.3GHz จับคู่กับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก PowerVR GE8320

OPPO A16k

ผสานการทำงานกับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR4x ขนาด 3GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ eMMC 5.1 ความจุ 32GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB) พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,230mAh ที่ทางผู้ผลิตเคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวันด้วยการชาร์จเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น

ในส่วนของกล้องOPPO A16k มาพร้อมกล้องตัวหลังแบบเลนส์เดียว ความละเอียด 13MP รูรับแสง f/2.2 พร้อมด้วยระบบ AI ช่วยประมวลผลภาพ รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD (1080p) ที่ 30 เฟรมต่อวินาที ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 5MP รูรับแสง f/2.4 ใช้ดีไซน์ทรงหยดน้ำ

OPPO A16k

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังรองรับคุณสมบัติป้องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 อีกด้วย สำหรับเจ้าOPPO A16k วางจำหน่ายในบ้านเราแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำเงิน สนนราคาอยู่ที่ 4,9xx บาทเท่านั้น หาซื้อได้ที่ร้านOPPO Brand Shop หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และขอแนะนำ สล็อต joker888 เล่นง่าย รวยไว มีรางวัลมากมาย ฝากถอนง่าย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Dimensity 9000 แรงทะลุปรอท คะแนน Geekbench เหนือทุกค่าย ยกเว้น A15 Bionic

Dimensity 9000

Dimensity 9000 ชิปเซ็ตเรือธงระดับไฮเอนด์ของค่าย MediaTek ผู้ผลิตชิปเซ็ตยักษ์ใหญ่สัญชาติไต้หวัน ที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm เนื่องจากผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 4 นาโนเมตรด้วยกันทั้งคู่

แต่ชิป Dimensity มีข้อได้เปรียบตรงที่ราคาถูกกว่าเกือบสองเท่า  ล่าสุด มีคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพ Geekbench ของชิปรุ่นนี้ออกมาแล้ว ปรากฏว่ามันสามารถทำคะแนนแซงหน้าคู่แข่งทุกค่าย เป็นรองแค่เพียง A15 Bionic ของ Apple เท่านั้น 

Dimensity 9000 ทำคะแนน Geekbench ได้ 1,309 และ 4,546 แต้ม 

Dimensity 9000

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมา ล่าสุดDimensity 9000 ชิปเซ็ตเรือธงของค่าย MediaTek ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 4 นาโนเมตร ก็ได้มีผลการทดสอบประสิทธิภาพ Geekbench เปิดเผยออกมาแล้ว ซึ่งคนที่ออกมาเปิดเผยคะแนนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแหล่งข่าวคนดังของวงการอย่าง Ice Universe นั่นเอง

โดยชิปรุ่นนี้สามารถทำคะแนนแบบ Single-Core ไปได้ถึง 1,309 คะแนน และแบบ Multi-Core ได้ถึง 4,546 คะแนน ซึ่งเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm ที่เป็นชิปขนาด 4 นาโนเมตรเหมือนกัน (แถมยังมีราคาถูกกว่าเกือบสองเท่า) และยังเหนือกว่าชิปที่อยู่ระดับใกล้เคียงกันอย่าง Samsung Exynos 2200 หรือ Google Tensor ที่ Google ลงทุนพัฒนาเองอีกด้วย

Dimensity 9000

ทั้งนี้ เจ้าDimensity 9000 เป็นรองแค่เพียงชิปเซ็ตระดับตำนานอย่าง A15 Bionic ของ Apple เท่านั้น โดย A15 Bionic กวาดคะแนนทดสอบแบบ Single-Core ไปได้ถึง 1,734 แต้ม และแบบ Multi-Core ได้ที่ 4,818 แต้ม ซึ่งถือว่าเยอะกว่าฝั่ง MediaTek พอสมควรเลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพ Geekbench หรือแอป Benchmark ต่าง ๆ ไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดได้แบบ 100% ว่า ชิปประมวลผลรุ่นไหนดีกว่ารุ่นไหน

เพราะการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของชิปเซ็ตแต่ละตัว ทำให้บ่อยครั้งที่ผู้ใช้รู้สึกว่าชิปเซ็ตที่ได้ชื่อว่าแรงสุด ๆ พอใช้งานจริงกลับไม่ปรูดปร้าดอย่างที่คิด 

Dimensity 9000

ปัจจุบัน มีเพียง OPPO Find X5 Pro Dimensity Edition ที่เป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity 9000 ของ MediaTek นี้ และห้ามพลาด boss369 แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝาก-ถอน รวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เตรียมเปิดตัว Galaxy M53 5G พร้อมจอ AMOLED 120Hz ชิปเซ็ต Dimensity 900

Galaxy M53 5G

Galaxy M53 5G ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล M Series ของ Samsung ที่มาพร้อมสเปคจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 120Hz

รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้ชิปประมวลผล Dimensity 900 ของ MediaTek ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็ว 2.4GHz และกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 108MP พ่วงระบบกันสั่น OIS พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 25W

 Galaxy M53 5G ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 900 และ RAM ขนาด 8GB

Galaxy M53 5G

Galaxy M53 5Gมาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่ค่อนข้างคล้ายคลึกัง Galaxy M62 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปี 2021 ที่ผ่านมา ติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รองรับรีเฟรชเรท 120Hz หน้าจอด้านบนใช้ดีไซน์แบบเจาะรู (Infinity-O Display) สำหรับวางกล้องหน้า ครอบด้วยกระจกนิรภัย Corning Gorilla Glass 5 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง

ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Dimensity 900 ของ MediaTek ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็ว 2.4GHz และรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G จับคู่กับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Mali-G68 MC4

ใช้หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB (บางแหล่งบอก 6GB) และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB/256GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB) พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W

Galaxy M53 5G

ในส่วนของการถ่ายรูปGalaxy M53 5G มาพร้อมชุดกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 108MP พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP, กล้อง Macro ความละเอียด 2MP และ

กล้อง Depth ความละเอียด 2MP  ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 32MP  นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อทั้ง USB Type-C และ Bluetooth 5.1 

ทั้งนี้ทาง Samsung มีกำหนดการเปิดตัวGalaxy M53 5G ในวันที่ 17 มีนาคม พร้อมกับ Galaxy A Series รุ่นใหม่ โดยคาดกันว่าจะมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 450 – 480 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 14,700 – 15,700 บาท

Galaxy M53 5G

 ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไหร่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป

แต่คาดว่าหากมีการนำเข้ามาวางจำหน่าย ทาง Samsung อาจเปลี่ยนแปลงชิปเซ็ตจาก Dimensity 900 เป็น Exynos 1280 เหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอดนั่นเอง 

และอย่าพลาด Slotbkk เกมส์เดิมพัน สล็อตออนไลน์ อันดับ 1 เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย สมัครสมาชิกตอนนี้ รับโบนัสทันที

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดเรนเดอร์ Sony Xperia Ace III พร้อมจอ 5.5 นิ้ว ขุมพลัง Snapdragon 888

Sony Xperia Ace III

Sony Xperia Ace III ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ของค่าย Sony ที่มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ ล่าสุด ได้มีการปล่อยภาพเรนเดอร์แรกของมือถือรุ่นนี้ออกมาให้ได้ชมกันแบบชัด ๆ แล้ว โดยมันมาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องแบบเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Sony แต่ฝาหลังจะใช้สีพาสเทลสดใส มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ส่วนสเปคเบื้องต้นคาดว่ามันจะมาพร้อมหน้าจอขนาดกะทัดรัดเพียง 5.5 นิ้ว และใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปของปีที่แล้วอย่าง Snapdragon 888 

Sony Xperia Ace III อาจมากับชิปเซ็ต Snapdragon 888 และ RAM ขนาด 6GB

Sony Xperia Ace III

เรียกได้ว่าถือเป็นปีทองของ Sony เลยก็ว่าได้ เพราะแม้จะเพิ่งเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่าง Xpeira 1 IV กับ Xperia 10 IV ไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดก็เตรียมที่จะเปิดตัวรุ่นต่อยอดอย่างSony Xperia Ace IIIแถมยังมีการปล่อยภาพเรนเดอร์แรกออกมาให้ได้ชมกันแบบ 360 องศา โดยจากภาพเผยให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องแบบเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Sony แต่ฝาหลังจะใช้สีพาสเทลสดใส หน้าจอด้านบนใช้ดีไซน์ทรงหยดน้ำสำหรับวางกล้องหน้าและมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

Sony Xperia Ace III

ส่วนสเปคต่าง ๆ ของSony Xperia Ace III คาดว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาดกะทัดรัดเพียง 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720 x 1496 พิกเซล) บนอัตราส่วน 20:9 ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้ชิปประมวลผลตัวระดับเรือธงของปีที่แล้วอย่าง Qualcomm Snapdragon 888 ความเร็ว 2.99GHz ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 660  ใช้หน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB/256GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB) พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,500mAh  ส่วนชุดกล้องหลังคาดว่าจะมีแค่เลนส์เดียว ความละเอียด 13MP รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 2K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 8MP

Sony Xperia Ace III

ทั้งนี้ คาดกันว่าSony Xperia Ace III มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้ ส่วนจะมีการวางจำหน่ายแบบ Global หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป  และขอแนะนำ king slot สล็อตคุณภาพ เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

หลุดภาพ Xiaomi 12 Ultra มาพร้อมกล้องหลังขนาดใหญ่และเซนเซอร์จาก Sony

Xiaomi 12 Ultra

Xiaomi 12 Ultra ว่าที่สมาร์ทโฟนตัวท็อปของตระกูล 12 Series ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ โดยล่าสุด สื่อไอทีชื่อดังต่างประเทศได้เปิดเผยภาพเรนเดอร์ของมือถือรุ่นนี้ที่มาพร้อมโมดูลกล้องหลังทรงกลมขนาดใหญ่เบิ้ม แถมยังมีข้อมูลว่ามันจะใช้เซนเซอร์ภาพรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง IMX8xx ของค่าย Sony อีกด้วย ส่วนเรื่องความละเอียดคาดว่าตัวกล้องหลัก จะอยู่ที่ 50MP เสริมด้วยกล้องอีก 2 ตัว ความละเอียดเท่ากันที่ 48MP

Xiaomi 12 Ultra อาจมาพร้อมชิป Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm

Xiaomi 12 Ultra

หลังจากที่ได้เปิดตัวมือถือในตระกูล 12 Series บางรุ่นไปแล้ว แต่ทาง Xiaomi ก็ยังมีสมาร์ทฟนเรือธงตัวท็อปอย่าง Xiaomi 12 Ultraอีกรุ่นหนึ่งที่ยังคงรอวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ล่าสุดเว็บไซต์ไอทีชื่อดังอย่าง Digital Chat Station ได้ออกมาเปิดเผยภาพเรนเดอร์เหมือนจริงของมือถือรุ่นนี้ เผยให้เห็นโมดูลกล้องหลังทรงกลมขนาดใหญ่ที่ว่ากันว่าจะติดตั้งกล้อง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 50MP ใช้เซนเซอร์รับภาพตัวใหม่ของ Sony อย่าง IMX8xx, กล้อง Telephoto ความละเอียด 48MP และกล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่ามือถือรุ่นนี้ชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพอย่างจริงจัง

Xiaomi 12 Ultra

ในส่วนของสเปคอื่น ๆ คาดว่าXiaomi 12 Ultraจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K (1440 x 3200 พิกเซล) ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้ชิปประมวลผลตัวท็อปประจำปีนี้อย่าง Snapdraogn 8 Gen1 ของ Qualcomm ที่เป็นชิปขนาด 4 นาโนเมตร  พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,900mAh (บางแหล่งก็บอก 5,300mAh) รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวระดับ 120W ที่ทาง Xiaomi เคลมว่า

Xiaomi 12 Ultra

สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น  ทั้งนี้ Xiaomi 12 Ultraยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าหากไม่ใช่ช่วงกลางปี 2022 นี้ ก็อาจเป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีแทน ส่วนราคาเปิดตัวนั้นยังไม่มีรายละเอียดออกมา แต่เชื่อว่าด้วยความเป็นมือถือตัวท็อป ทำให้ราคาน่าจะเปิดไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทอย่างแน่นอน และขอแนะนำ slot333 สล็อตคุณภาพ เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีวิวหูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP สุดทันสมัย ใช้งานได้ตอบโจทย์

หูฟังทรูไวร์เลส

หูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP เป็นหูฟังที่พร้อมจะมาตอบโจทย์ทุกความต้องการ ในแบรนด์นี้ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ ออกมาใหม่แล้วยังมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดจำหน่ายออกมาจากบริษัทอาร์ทีบี เทคโนโลยี ที่เน้นนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพเท่านั้น ที่ให้ผู้ใช้งานได้เพลินไปกับเสียงที่ไพเราะ มีความทรงพลัง ในรุ่นนี้มีการพัฒนาและปรับปรุงมาอยู่เสมอ จนทำให้เป็นหูฟังที่นิยมมากในสหรัฐอเมริกาในตอนนี้ ที่รับรองว่ามีสีที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แล้วยังสวมใส่สบายโดนใจ ที่อยู่ในภายใต้ของแบรนด์ JLab สุดทันสมัยในปัจจุบันนี้ ถ้าหากว่าใครกำลังหาหูฟังที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพเช่นนี้ ต้องไม่พลาดเป็นเจ้าของกัน 

ความน่าสนใจใน หูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP

หูฟังทรูไวร์เลส

ในรุ่นนี้ที่ได้มาพร้อมกับสิ่งที่เป็นประสิทธิภาพ ด้วยแบตเตอรี่ที่ทรงพลังมาก เมื่อสวมใส่แล้วสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมงในแต่ละข้าง แล้วไม่พอเท่านั้น ยังสามารถที่จะชาร์จที่เคสได้มากอีก 24 ชั่วโมงแบบจัดเต็ม ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้ได้ต่อเนื่องรวมแล้วมากถึง 32 เปอร์เซ็นต์ ในการออกแบบมานั้น มีขนาดที่เล็ก สามารถพกพาได้ง่าย มีน้ำหนักที่เบาสบาย เพียงแค่ 3 กรัมกว่าๆเท่านั้น เมื่อใส่ไปแล้วสบายหู มีความกระชับมากยิ่งขึ้น จะมาพร้อมกับเคสชาร์จยูเอสบีเอ ไว้ในตัวเลย เพื่อให้สะดวกต่อการสื่อสาร สนทนา แล้วยังฟังเพลงได้ใสบายใจ มีประกันการใช้งานให้ถึง 2 ปี ในราคาเพียงแค่ 990 บาทเท่านั้น 

หูฟังทรูไวร์เลส

ฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP มีประสิทธิภาพโดนใจ

ในการใช้งานที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ มีโหมดต่างๆให้ได้ใช้กัน สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องมีการทำผ่านแอปพลิเคชั่น ในส่วนของผู้ใช้ สามารถแยกการใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านซ้ายหรือขวา มีไมโครโฟน เพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ แล้วยังป้องกันน้ำได้ด้วย 

หูฟังทรูไวร์เลส

ฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ สำหรับใครที่ต้องการหาหูฟังที่ราคาถูก พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้งานเต็มที่แบบนี้ ต้องไม่พลาดกันแล้ว และขอแนะนำ star5566 แทงบอลออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา เล่นง่าย รวยไว คุ้มค่า มั่นคง และปลอดภัย 100% ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่