Category ข่าวไอที

เปิดตัว Lenovo Tab P12 Pro แท็บเล็ต 5G รุ่นแรกของแบรนด์ Lenovo

Lenovo Tab P12 Pro

Lenovo Tab P12 Pro แท็บเล็ตรองรับ 5G รุ่นแรกของแบรนด์Lenovo มาพร้อมขุมพลังระดับน้อง ๆ Snapdragon 888 อย่าง Snapdragon 870 และหน้าจอ AMOLED ขนาด 12.6 นิ้ว

ความละเอียด 2,560 x 1,600 พิกเซล รองรับอัตรารีเฟรชเรทที่ 120Hz และระบบภาพ HDR10+ สามารถทำงานร่วมกับคีย์บอร์ดและปากกา Lenovo Precision Pen 3 ได้ โดยมีกำหนดของการที่จะวางจำหน่ายในช่วงของเดือนตุลาคมนี้

Lenovo Tab P12 Pro มาพร้อมลำโพง JBL ระบบเสียง Dolby Atmos

Lenovo Tab P12 Pro

Lenovo ได้เปิดตัวแท็บเล็ต 5G รุ่นแรกของแบรนด์อย่างLenovo Tab P12 Proที่มาพร้อมติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 11 ชิปเซ็ต Snapdragon 870 จาก Qualcomm ที่แรงระดับน้อง ๆ ชิปตัวท็อปอย่าง Snapdragon 888 ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และ ROM ความจุ 256GB  ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุโลหะ

น้ำหนักรวม 565 กรัม และหนาเพียง 5.63 มิลลิเมตร  ในส่วนของหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ขนาด 12.6 นิ้ว ความละเอียด 2,560 x 1,600 พิกเซล

รองรับในส่วนของอัตรารีเฟรชเรทที่ 120Hz และรองรับในส่วนของการแสดงภาพแบบ HDR10+ รองรับในเรื่องของการทำงานที่ได้ร่วมกับคีย์บอร์ด และปากกา Lenovo Precision Pen 3   

นอกจากนี้Lenovo Tab P12 Proยังมาพร้อมกับลำโพง JBL รองรับในส่วนของระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมกับส่วนที่เป็นฟีเจอร์ของการปรับแต่งเสียง Lenovo Premium Audio ใช้แบตเตอรี่ความจุ 10,200 mAh 

Lenovo Tab P12 Pro

โดย Tab P12 Pro จะมีให้เลือกทั้งในเวอร์ชั่นที่เป็นการรองรับเฉพาะของ Wi-Fi และในเวอร์ชั่น 5G ซึ่งทาง Lenovo มีกำหนดที่จะทำการวางจำหน่ายนั้นอย่างเป็นทางการในช่วงของเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 610 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 19,900 บาท สำหรับรุ่น Wi-Fi และ 900 ยูโร หรือประมาณ 34,800 บาท สำหรับรุ่น 5G 

แต่หากTabP12 Pro แพงไป Lenovo ยังมีตัวรองลงมาอย่าง Tab P11 5G ซึ่งมาพร้อมหน้าจอ IPS LSC ขนาด 11 นิ้ว (2,000 x 1,200 พิกเซล) รองรับรีเฟรชเรท 60Hz และระบบภาพ Dolby Vision กับ HDR10+ ใช้ชิปเซ็ตระดับกลางอย่าง Snapdragon 750G พร้อมหน่วยความจำ RAM 8GB และ ROM ความจุ 256GB 

ติดตั้งของตัวลำโพง JBL และระบบของทางเสียง Dolby Atmos  นอกจากนี้ยังสามารถที่จะทำงานร่วมกับตัวที่เป็นคีย์บอร์ดเสริมและปากกา Lenovo Precision Pen 2 ได้อีกด้วย 

Lenovo Tab P12 Pro

โดย Tab P11 5G จะวางจำหน่ายเฉพาะโซนยุโรป, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ในช่วงเดือนตุลาคมนี้เช่นเดียวกัน สนนราคาอยู่ที่ 500 ยูโร หรือประมาณ 19,400 บาท และ joker388 เว็บคาสิโนออนไลน์ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝากเงิน 100% เพื่อเล่นเกมสล็อตออนไลน์ ลุ้นรับโบนัสเพียบ ได้ก่อนใคร

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Surface Laptop Studio ทรงพลังด้วย Intel 11th Gen Core i7 จาก Microsoft

Surface Laptop Studio

Surface Laptop Studio แล็บท็อปที่ถือว่าเป็นตัวแรงที่สุดเลยจริง ๆ ในของทางด้านไลน์อัป Surface ของ Microsoft มาพร้อมกับสิ่งที่เป็นการอัพเกรดทั้งด้านฮาร์ดแวร์และดีไซน์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหลายด้าน

ไม่ว่าจะเป็นจอแบบ PixelSense Flow ขนาด 14.4 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และรองรับการแสดงผล Dolby Vision รวมถึงชิปตัวแรงอย่าง Intel 11th Gen Core i7 แถมยังแปลงร่างตามลักษณะการใช้งานกันนั้นได้ถึงแบบ 3 โหมดเลยอีกด้วย 

Surface Laptop Studio มีกำหนดที่จะเริ่มวางขายในไทยช่วงต้นปี 2022 

Surface Laptop Studio

Microsoft ได้มีการออกมาเปิดตัวกันกับSurface Laptop Studio แล็ปท็อปที่เป็นขนาดตัวแรงของรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับสิ่งที่เป้นการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นจอแบบ PixelSense Flow ขนาดของมันนั้น 14.4 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และรองรับการแสดงผล Dolby Vision

โดยตัวจอภาพมีการเปลี่ยนบานพับใหม่เป็นแบบ Dynamic Wover Hinge ที่มีความแข็งแกรงทนทานมากขึ้น  ส่วนสเปคภายในนั้นมาพร้อมกับชิป Intel 11th Gen ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น Core i5 และ Core i7

โดยรุ่น Core i5 จะใช้ชิปประมวลผลกราฟฟิก Intel Iris Xe ส่วนรุ่น Core i7 จะอัพเกรดไปใช้ชิป Nvidia RTX 3050 Ti  พร้อมกับ VRAM 4GB  ส่วนหน่วยความจำ RAM จะมีให้เลือกระหว่างรุ่น RAM 16GB หรือ 32GB และ ROM ความจุสูงสุดถึง 2TB 

Surface Laptop Studioมาพร้อมกับสิ่งที่เป็นพอร์ตชาร์จ USB4 Thunderbolt 4 จำนวน 2 ช่อง และช่องของการที่ได้เสียบหูฟังนั้น 3.5 มม.  สามารถที่จะทำการต่อจอนอกความละเอียดสูงสุดระดับ 4K ได้หลายจอพร้อมกัน

Surface Laptop Studio

 ตัวหน้าจอสามารถกางออกหรือพับเก็บเพื่อแปลงร่างตามลักษณะการใช้งานได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดแล็บท็อป, โหมดจังแสดง (Stage) และโหมดสตูดิโอ  โดยโหมดแล็บท็อปเหมือนกับการใช้งานโน้ตบุ้คทั่วไปที่สามารถพิมพ์คีย์บอร์ดและใช้แทร็กแพดแทนเมาส์ได้

ส่วนโหมดจัดแสดงเป็นการดันหน้าจอมาด้านหน้าให้มีลักษณะคล้ายกับ Surface Pro สำหรับใช้ด้านความบันเทิงหรือนำเสนองาน  ส่วนโหมดสตูดิโอจะเป็นการใช้เหมือนกับใช้แท็บเล็ต สำหรับSurface Laptop Studioมีราคาของการที่ได้เริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 1,599 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณของราคา​ 53,470 บาท

Surface Laptop Studio

ส่วนในบ้านเรานั้น ยังที่ไม่ได้มีการกล่าวประกาศออกมาเลยเรื่องของราคาที่จะทำการวางจำหน่ายหรือที่จะเป็นวันที่ได้มีการวางทำการจำหน่ายเลยอย่างที่จะเป็นทางการ แต่คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2022 เป็นต้นไป

และอย่าพลาด มาเก๊า888 คาสิโนอันดับ 1 ส่งตรง จากมาเก๊า ประเทศจีน เดิมพันง่าย รวยไว ฝาก ถอน อัตโนมัติ  มั่นคง ปลอดภัย เชื่อถือ ได้มาตรฐาน ระดับสากล

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Redmagic 6S Pro มือถือเกมมิ่งขุมพลัง Snapdragon 888+ พร้อม RAM 18GB!

Redmagic 6S Pro

Redmagic 6S Pro สมาร์ทโฟนของการเป็นเกมมิ่งที่ถือได้ว่าเรือธงรุ่นใหม่ที่ได้มีการอัพเกรดจากรุ่นก่อนอย่างRedmagic 6 Series ที่เพิ่งจะได้มีการเปิดตัวและได้ทำการวางจำหน่ายนั้นไปในที่บ้านเราเองเมื่อช่วงของเดือนพฤษภาคมนั้นที่ได้มีการผ่านมา

โดยมันมาพร้อมสเปคที่ได้รับการอัพเกรดให้แรงขึ้นว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Snapdragon 888+ ของ Qualcomm, หน่วยความจำ RAM ขนาด 18GB รวมไปถึงหน้าจอที่มี Touch Sampling สูงถึง 720Hz เลยทีเดียว 

Redmagic 6S Pro มาพร้อมหน้าจอ AMLOED ความละเอียด Full HD+

Redmagic 6S Pro

เมื่อช่วงของเดือนพฤษภาคมที่ได้ผ่านมานั้น Redmagic 6 Series กลายเป็นสมาร์ทโฟนจาก Nubia รุ่นแรกที่ได้มีการวางจำหน่ายอยู่ในที่บ้านเรานั้นอย่างที่เป็นทางการ ซึ่งแค่เพียงรุ่นแรกก็เต็มกันแบบสุด ๆ

ด้วยชิป Snapdragon 888, หน้าจอ AMOLED ที่รองรับอัตรารีเฟรชเรทถึง 165Hz  แต่นั่นก็ยังเหมือนจะแรงสะใจไม่พอ เพราะล่าสุด Nubia ได้เผยโฉมมือถือรุ่นใหม่อย่างRedmagic 6S Pro ที่เป็นรุ่นอัพเกรดให้แรงกว่าเดิม

ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Snapdragon 888+, หน่วยของความจำ RAM ขนาด 18GB LPDDR5 รวมไปถึงหน้าจอ AMOLED ที่ได้มีขนาด 6.8 นิ้ว ความที่มันนั้นละเอียดขั้นระดับ Full HD+ (2,400 x 1,080 พิกเซล)

ที่รองรับอัตรารีเฟรชเรท 165Hz อยู่เช่นเดิม แต่เพิ่มค่า Touch Sampling สูงถึง 720Hz เลยทีเดียว (จากเดิม 500Hz) เรียกได้ว่าเพิ่มความแม่นยำในการสัมผัสหน้าจอชนิดที่ว่าทัชแต่ละทีไม่มีหน่วง นอกจากนี้ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือที่แบบฝังไว้ใต้จออีกด้วย

Redmagic 6S Pro

นอกจากนี้Redmagic 6S Pro เจ้าตัวนี้ก็ยังได้มาพร้อมกับที่เป็นระบบของการระบายในส่วนของความร้อนด้วยกราฟิน ICE7.0, VC Heat Sink และเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ของมือถือตระกูลRedmagic ก็คือพัดลมระบายความร้อนในตัวที่มีกำลังถึง 20,000 RPM

พร้อมไฟ RGB แบบไม่ทิ้งลายมือถือเกมมิ่ง  ในส่วนของเจ้าตัวกล้องหลังนั้นก็มีด้วยกันถึง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักที่ได้มีเรื่องของความละเอียดนั้นก็ 64MP, กล้อง Ultrawide ความที่มันละเอียดถึง 8MP

และกล้อง Macro ความละเอียด 2MP  ใช้ขุมพลังแบตเตอรี่ขนาด 4,500 mAh รองรับการชาร์จไวที่ 120W  สำหรับRedmagic 6S Pro จะได้มีการวางจำหน่ายในทางของประเทศจีนนั้นตั้งแต่ในวันที่ 9 กันยายนนั้นเป็นต้นไป โดยได้มีการวางนั้นทั้งหมด 8 รุ่น ราคาในการจำหน่ายเริ่มต้นที่ 3,999 หยวน หรือประมาณ 20,000 บาท

Redmagic 6S Pro

สำหรับรุ่น 8GB/128GB และรุ่นท็อป 18GB/512GB ราคา 6,399 หยวน หรือประมาณ 32,000 บาท และ ufalion168 เว็บพนันบอลออนไลน์ที่ดังที่สุด ในประเทศไทยและมีคนเล่นมากที่สุด เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ได้เงินจริงแน่นอน

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

ลือหนัก Microsoft Surface Go 3 อาจมาพร้อมซีพียู Intel Core i3

Microsoft Surface Go 3

Microsoft Surface Go 3 โน้ตบุ๊คกึ่งแท็บเล็ตรุ่นใหม่ของMicrosoft อาจมีด้วยกัน 2 รุ่น ซึ่งใช้ซีพียูแตกต่างกัน โดยผลการทดสอบประสิทธิภาพจากแอป Geekbench

พบว่า Surface Go 3 จะประกอบด้วยรุ่นที่ใช้ซีพียู Intel Pentium Gold 6500Y และรุ่นที่ใช้ Intel Core i3-10100Y ซึ่งถือเป็นสเปคที่อัปเกรดจาก Surface Go 2 รุ่นเก่าอยู่พอสมควร 

Microsoft Surface Go 3 ทำคะแนนบน Geekbench ได้ที่ 5643 คะแนน และ 4400 คะแนน

 Microsoft Surface Go 3

นับตั้งแต่ที่ Microsoft เปิดตัว Surface Go 2 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2020 จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวของMicrosoft Surface Go 3 ออกมาจากปากของบริษัทอย่างเป็นทางการซะที โดยล่าสุด มีข่าวลือเกี่ยวกับสเปคคร่าว ๆ ของโน้ตบุ๊คกึ่งแท็บเล็ตรุ่นใหม่นี้ออกมาจากแอปพลิเคชั่นทดสอบประสิทธิภาพชื่อดังอย่าง Geekbench

โดยจากข้อมูลเผยให้เห็นว่า Surface Go 3 มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นที่ใช้ซีพียู Intel Pentium Gold 6500Y และรุ่นที่ใช้ซีพียู Intel Core i3-10100Y

  ซึ่งถือเป็นสเปคที่ได้รับการอัปเกรดจาก Surface Go 2 รุ่นเก่าที่ใช้ซีพียู Intel Pentium Gold 4425Y และ Intel Core m3-8100Y อยู่พอสมควรเลยทีเดียว ส่วนหน่วยความจำ RAM ยังคงให้มาเท่าเดิมที่ 4GB และ 8GB ตามลำดับ 

 Microsoft Surface Go 3

ทั้งนี้ ผลการที่ได้ทำการทดสอบของประสิทธิภาพตัว Geekbench พบว่าMicrosoft Surface Go 3 รุ่นที่ใช้ซีพียู Intel Pentium Gold 6500Y ทำคะแนนแบบ Single-core ไปได้ที่ 3,197 คะแนน

และได้คะแนน Multi-core ที่ 5,643 คะแนน ซึ่งสูงกว่า Surface Go 2 รุ่นที่ใช้ซีพียู Intel Pentium Gold 4425Y ที่ได้คะแนน Single-core ไปเพียง 2,200 คะแนน และคะแนน Multi-core เพียง 4,400 คะแนน 

ส่วนMicrosoft Surface Go 3 รุ่นที่ใช้ซีพียู Intel Core i3-10100Y ทำคะแนนแบบ Single-core ได้ถึง 4,359 คะแนน และแต้มคะแนนของ Multi-core พุ่งไปได้เลยถึง 7,643 คะแนน ซึ่งมันนั้นมากกว่า Surface Go 2 รุ่นที่ใช้ซีพียู Intel Core m3-8100Y ถึง 11% เลยทีเดียว

 Microsoft Surface Go 3

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับ Surface Go 3 ออกมาเพิ่มเติมแม้แต่น้อย โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาที่จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน

แต่ก็คาดว่าคงอีกไม่นานทาง Microsoft น่าจะยอมเผยโฉมเจ้า Surface Go รุ่นใหม่นี้ให้สาวกได้เชยชมกันสักทีหลังจากที่รอมานานถึงปีกว่า ๆ  และ joker388 เว็บเล่นสล็อตออนไลน์ยอดนิยม ที่สุดของความบันเทิง เดิมพันสนุก มีรางวัลมากมาย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

TSMC ขึ้นราคาชิปเซ็ต 20% จ่อทำสมาร์ทโฟนราคาพุ่ง

TSMC

TSMC บริษัททางด้านผู้ผลิตชิปที่ถือเป็นรายใหญ่ของโลกกันเลย สัญชาติทางไต้หวันออกมาประกาศแล้วว่า พวกเขาเตรียมที่จะปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตขั้นสูงอีก 20% และขั้นรองอีก 10% จากราคาเดิม เนื่องจากที่ได้มีสถานการณ์ของสิ่งที่ขาดแคลนของชิปเซ็ตนั้นที่ส่งผลในการกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการสมาร์ทโฟนที่อาจทำให้ราคาสมาร์ทโฟนหลายรุ่นต้องปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

TSMC อาจปรับราคาชิปเซ็ต 5 นาโนเมตร ที่ใช้กับ iPhone 13 Series 

TSMC

ปัจจุบัน อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของหลายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ต้องใช้ชิปเซ็ตประมวลผลขั้นสูง แต่จากเหตุวิกฤติชิปเซ็ตขาดตลาดอย่างหนัก ทำให้หลายบริษัทจำเป็นที่จะต้องมีการลดส่วนกำลังด้านการผลิตสมาร์ทโฟน รวมถึงเลื่อนเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ยกตัวอย่าง Mi 11 Ultra ของ Xiaomi ที่ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเพียง 100 เครื่องเท่านั้น  แถมล่าสุด The Wall Street Journal ยังออกมารายงานว่า บริษัทTSMC เตรียมที่จะปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตขั้นสูงอีก 20%

TSMC

และขั้นรองอีก 10% ซึ่งอาจทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ต่าง ๆ ปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ตามไปด้วย โดยราคาอาจจะสูงขึ้นได้อีก หากมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ The Wall Street Journal ยังไม่ยืนยันว่าTSMC จะปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตขนาด 5 นาโนเมตร ที่จะใช้กับ iPhone 13 Series ที่คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกันยายนนี้ด้วยหรือไม่ แต่ก็มีแนวโน้มสูงที่อาจมีการปรับราคาขึ้น หากปัญหาที่ได้เกิดการขาดแคลนของตัวชิปเซ็ตยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดไปในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งก็ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้บริโภคตาดำ ๆ ที่อาจต้องควักเงินมากกว่าเดิมเพื่อแลกกับการได้เป็นเจ้าตอง iPhone รุ่นใหม่

TSMC

ก่อนหน้านี้TSMC ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า ปัญหาชิปเซ็ตนั้นที่เกิดการขาดคลาดอย่างหนักจะทำให้ยังอยู่กับทางเรานั้นต่อไปอีกจนถึงในปีหน้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไปว่า วิกฤติครั้งนี้จะคลี่คลายลงเมื่อไหร่แน่ และราคาสมาร์ทโฟนจะเพิ่มจนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน และห้ามพลาด Slot BNG ค่ายเกมสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรง ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ฝากถอนรวดเร็ว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Fitbit Charge 5 พร้อมหน้าจอ AMOLED และฟีเจอร์ Fitbit Premium

Fitbit Charge 5

Fitbit Charge 5 อุปกรณ์ Fitness Tracker รุ่นใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจที่ดีจากหลัก Areo Dynamic ใช้งานง่ายด้วยหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 1.56 นิ้ว

ระบบ Touch Screen ที่มันจะทำการแสดงผลที่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่เรานั้นการออกกำลังกายได้ และยังมีบริการต่าง ๆ เช่น ECG, มีการแสดงผลที่เป็นเรื่องของการออกกำลังกายเช่น Yoga และบอกเรื่องการนอนได้เช่นเคย พร้อมกับสิ่งที่จะทำการแนะนำในการทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น

Fitbit Charge 5 รองรับ Always On Display 

Fitbit Charge 5

Fitbit Charge 5มาพร้อมดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจที่ดีมาจากหลัก Areo Dynamic ใช้งานง่ายกว่าเดิมด้วยหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 1.56 นิ้ว ระบบ Touch Screen รองรับฟีเจอร์ Always On Display สามารถที่จะทำการแสดงผลในเรื่องของการออกกำลังกายนั้นได้ และรวมทั้งบริการต่าง ๆ เช่น

ECG, แสดงข้อมูลเรื่องการนอน พร้อมกับที่จะมีคำแนะนำที่ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น  ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีที่เป็นฟีเจอร์ Fitbit Premium ที่สามารถจะให้ข้อมูลด้านเกี่ยวกับสุขภาพและสมรรถภาพร่างกายได้ พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถออกกำลังกายได้หลากหลาย เช่น การออกกำลังกายโปรแกรมเบาอย่างการวิ่งเหยาะ ไปจนถึงโปรแกรมหนัก ๆ อย่างการเล่นกีฬา โดยแสดงผลเป็นภาษาอังกฤษ

Fitbit Charge 5

นอกจากนี้Fitbit Charge 5ยังติดตั้ง EDA Sensor ที่สามารถตรวจจับความเครียด และยังมีการให้สิ่งที่เป็นคำแนะนำผ่าน Apps Fitbit โดยผู้ใช้สามารถตรวจเช็คการทำงานของหัวใจได้ด้วยเซ็นเซอร์ ECG ที่จะคอยวัดหจังหวะการของการเต้นของหัวใจและระดับคลื่นหัวใจ หากพบภาวะหัวใจเต้นผิดปกติก็จะแจ้งเตือนผ่านจอแสดงผลพร้อมให้คำแนะนำที่ปลอดภัย สามารถแสดงผลให้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น SpO2, HRV, BR

Fitbit Charge 5

และอุณหภูมิผิวหนัง  รองรับเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ Google Fast Pair สามารรถบอกข้อมูลการนอนหลังได้อย่างละเอียดผ่านกรแสดงผลใน Smart Band  สำหรับFitbit Charge 5 มีสายให้เลือกใช้หลายแบบ แถมยังมีสายจากแบรนด์แฟร์ชั่นชั้นนำมากมายให้เลือก โดยสนนราคาของเครื่องอยู่ที่ 179.95 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5,900 บาท (ไม่รวมภาษี) โดยFitbit เปิดให้สั่งจองสินค้าได้แล้วตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา และมีจำหนานวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ตุลาคม นี้  ส่วนในประเทศไทยยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อไหร่ และ สล็อตโจ๊กเกอร์  สุดยอดเว็บสล็อตออนไลน์ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝากถอนง่าย มีรางวัลมากมาย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีบไปไหน! RTX 3090 FE พบถุงนิ้วจากโรงงานติดอยู่ภายในการ์ดจอ

RTX 3090 FE

RTX 3090 FE การ์ดจอยอดนิยมของค่าย Nvidia ใบหนึ่งถูกผู้ใช้งานพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างติดอยู่ภายในการ์ดจอของตัวเอง จนทำให้อุณหภูมิของแรมการ์ดจอพุ่งไปถึง 110 องศาเซลเซียส เมื่อแกะออกมาตรวจสอบถึงกับต้องร้อง “อิหยังวะ” เมื่อพบ “ถุงนิ้ว” จากโรงงานผลิตติดคาอยู่บนแรมการ์ดจอ ซึ่งถือเป็นการพบการ์ดจอหลุด QC แปลก ๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนัก

RTX 3090 FE พบ “ถุงนิ้ว” ติดอยู่บนชิปแรม 2 ตัว 

RTX 3090 FE

ผู้ใช้ Reddit ชื่อ “antonyjeweet” ได้ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวสุดแปลก หลังจากที่เขาเพิ่งซื้อการ์ดจอRTX 3090 FE ของ Nvidia มาใช้งาน แต่ได้มีการใช้ไปสักพักนั้นเขาก็พบความผิดปกติ

เมื่ออุณหภูมิของตัวแรมในการ์ดจอพุ่งสูงถึง 110 องศาเซลเซียส ทำให้เขาคิดว่าทางโรงงานผลิตอาจใช้ “Thermal Pads” หรือ เทปกาวนำความร้อนที่ไม่ค่อยดีนัก

RTX 3090 FE

ซึ่งหากปล่อยไว้การ์ดจอของเขาอาจเสียหายความร้อนเกินขนาดได้ เขาจึงตัดสินใจแกะการ์ดจอออกมาเพื่อเปลี่ยนเทปกาวนำความร้อนด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่พบทำให้เขาถึงกับต้องร้อง “อิหยังวะ” เพราะดูเหมือนว่าพนักงานในโรงงานประกอบการ์ดจอตัวนี้ จะลืม “ถุงนิ้ว” ที่ใส่ระหว่างทำงานไว้บนชิปแรม 2 ตัว และลืมตรวจสอบได้ดีก่อนจะประกอบการ์ดจอเข้าด้วยกัน จนทำให้การ์ดจอตัวนี้หลุด QC อย่างที่เห็น

โดยหลังจากที่ ผู้ใช้รายนี้เอาถุงนิ้วเจ้าปัญหาออก และเปลี่ยนเทปกาวนำความร้อนใหม่แล้ว อุณหภูมิของแรมก็ลดลงมาทันตาเห็นเหลือแค่ 86 องศาเซลเซียสเท่านั้น   อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้พบการ์ดจอหลุด QC เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน ก็มีผู้พบการ์ดจอ RX 6700 XT ของ AMD

RTX 3090 FE

ที่ลืมลอกสติกเกอร์ Thermal Pads ออก ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียกับการ์ดจอ หากสติกเกอร์เกิดละลายหรือไหม้  เรียกได้ว่า การมีข่าวการ์ดจอหลุด QC ออกมาติด ๆ กันแบบนี้ ก็อาจจะทำให้ผู้ใช้หลายคนรู้สึกระแวง ๆ การ์ดจอที่ตัวเองซื้อมากันไม่มากก็น้อย และอย่าพลาด Slot888  สล็อต คาสิโน ออนไลน์เว็บอันดับ 1 ที่เล่นง่าย ได้เงินไว มีรางวัลมากมาย และยังฟรีเครดิต สมัครง่าย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

ยูทูปเบอร์ประดิษฐ์ธนูระบบ Aimbot ที่สร้างใช้ยิงได้จริงแข่งกับภรรยา

Aimbot

Aimbot โปรแกรมโกงสำหรับเกมแนว Shooter ที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถล็อกเป้าอัตโนมัติและยิงถูกศัตรูได้โดยอัตโนมัติ แม้ว่าในวงการเกมแล้ว มันจะเป็นโปรแกรมโกงที่ทำให้เกมเมอร์หลายคนถึงกับหัวร้อนไปตาม ๆ กัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโปรแกรมนี้จะใช้ได้แต่ในเกมอย่างเดียว เพราะล่าสุดได้มียูทูบเบอร์รายหนึ่ง ทำการประดิษฐ์ธนูที่ใช้โปรแกรมโกงที่ว่านี้ แถมยังสามารถที่จะใช้ยิงได้จริงอีกด้วย

Aimbot ช่วยให้ยิงธนูจริงเข้ากลางเป้าโดยไม่ต้องเล็ง!

 Aimbot

ยูทูปเบอร์รายนี้ชื่อว่า “ชอว์น ไรต์ตัน” (Shane Wrighton) เจ้าของช่อง “Stuff Made Here” ได้ประดิษฐ์ธนูพร้อมโปรแกรม Aimbot ที่ช่วยให้เขาสามารถยิงลูกศรเข้ากลางเป้าได้อย่างแม่นยำโดยแทบไม่ต้องเล็งเป้าด้วยสายตาแม้แต่น้อย โดยเจ้าตัวได้แรงบันดาลใจจากการที่ภรรยาของเขามีทักษะการยิงธนูที่แม่นยำ แต่เขากลับยิงได้แย่มาก เขาจึงปิ้งไอเดียสร้างธนูพร้อมโปรแกรมโกงนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง

โดย ไรต์ตัน เริ่มต้นจากการติดตั้งโปรแกรมช่วยเล็งเข้ากับคันธนู และใช้แขนกลเพื่อให้สามารถขยับตามแนวแกน X และ Y ง่ายขึ้น ติดตั้งโปรแกรม Aimbot ลงในคอมพิวเตอร์ควบคุมการยิง จากนั้ก็ติดตั้งกล้อง OptiTrack จำนวน 8 ตัวไว้รอบ ๆ ห้อง

 Aimbot

พร้อมกับตัวรับสัญญาณไว้ที่คันธนู แต่เนื่องจากคันธนูประเภท Recurve Bow มีน้ำหนักมากเกินไป เขาจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นธนูแบบ Compound Bow ที่น้ำหนักเบากว่า และสามารถใช้ได้กับโปรแกรมช่วยเล็งได้สะดวกกว่า

 และในที่สุดธนู Aimbot ของเขาก็สามารถใช้ยิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำตามที่คาดไว้ให้เหมือนกับในเกม ไม่ว่าจะเป็นเป้านิ่ง หรือแม้แต่เป้าเคลื่อนที่ก็ไม่มีพลาดเป้าแม้แต่น้อย หรือต่อให้หันหน้าหนีก็ยิงได้ตรงกลางเป้าแบบเป๊ะ ๆ อยู่ดี

 Aimbot

สำหรับใครที่อยากชมประสิทธิภาพของธนู Aimbot ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่แชนแนล Stuff Made Here ใน YouTube นอกจากนี้ ยังมีวิดีโอที่ ไรต์ตัน ประดิษฐ์อุปกรณ์น่าทึ่งอื่น ๆ อีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์เลื่อยไม้ หรือ หุ่นยนต์ช่างตัดผม เป็นต้น และ 356bet  เว็บไซต์พนันออนไลน์ชั้นนำ ที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ว่าดีที่สุดในตอนนี้ เดิมพันง่าย ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Odyssey Neo G9 มอนิเตอร์เกมมิ่ง Quantum Mini LED จาก Samsung

Odyssey Neo G9

Odyssey Neo G9 จอมอนิเตอร์เกมมิ่งจอโค้งรุ่นขนาดใหม่ของ Samsung ที่ได้มาพร้อมในแบบเทคโนโลยี Quantum Mini LED ที่มีความสูงที่มันนั้นน้อยกว่าตัวหลอดอย่าง LED ทั่วไปเลยนั้นถึง 40 เท่า

ทำให้การจัดวางตัวหลอด LED ที่อยู่บนไมโครเลเยอร์นั้นละเอียดกันมากขึ้น สามารถแสดงสีดำสนิทได้ดีขึ้น รวมทั้งความสว่างมากกว่าปกติด้วย Dimming Zone กว่า 2,000 โซน รองรับความสว่างถึง 2,000 Nits เลยทีเดียว

Odyssey Neo G9 จอกว้าง 49 นิ้ว ความคมชัดระดับ Dual Quad High-Definition 

Odyssey Neo G9

Samsung ได้เปิดตัวจอมอนิเตอร์เกมมิ่งแบบโค้งรุ่นใหม่อย่างOdyssey Neo G9 ที่ใช้เทคโนโลยี Mini LED แบบเดียวกับผลิตภัณฑ์ทีวี Neo QLED ทำให้มันมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Quantum Mini LED ที่ใช้แหล่งที่ได้กำเนิดที่เป็นแสงจากตัวหลอด LED แบบพิเศษที่มีความสูงน้อยกว่าหลอด LED ทั่วไปถึง 40 เท่า ช่วยให้สามารถที่จะทำการจัดวางตัวหลอด LED ที่อยู่บนไมโครเลเยอร์นั้นละเอียดที่มากขึ้น

สามารถแสดงสีดำสนิทได้ดีขึ้น รวมทั้งความสว่างมากกว่าปกติด้วย Dimming Zone ถึง 2,048 โซน ให้ความสว่างสูงสุดถึง 2,000 nits และมีอัตราของในส่วนคอนทราสต์นั้นถึง 1,000,000:1  ซึ่งผ่านระดับของการรับรองที่มาตรฐานจากทางสถาบัน Verband Deutscher Elektrotechniker (VDE) ของประเทศอย่างเยอรมนี 

Odyssey Neo G9

Odyssey Neo G9มาพร้อมหน้าจอกว้าง 49 นิ้ว อัตราส่วน 32:9 ความคมชัดระดับ Dual Quad High-Definition (5,120 x 1,440 resolution) รองรับอัตรารีเฟรชเรทที่ 240Hz พร้อมความเร็วตอบสนอง 1 มิลลิวินาที และหน้าจอโค้งระดับ 1000R แถมได้มีการรับรองที่ดีทางด้านความสบายของดวงตาจากองค์กร TÜV Rheinland อีกด้วย  ส่วนฟีเจอร์และโหมดการใช้งานต่าง ๆ นั้น ก็มาพร้อมโหมด Adaptive Sync บน DP1.4 และ HDMI 2.1 VRR ผ่านพอร์ต HDMI 2.1 รองรับฟีเจอร์  AMD FreeSync Premium Pro และ NVIDIA G-SYNC ทำให้สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้อย่างลื่นไหลและมีมิติในทุก ๆ ฉาก

เพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมมากกว่าจอมอนิเตอร์ทั่วไป ด้านหลังจอมอนิเตอร์ของOdyssey Neo G9 ถูกออกแบบให้เป็นพื้นผิวสีขาวกลอส พร้อมระบบไฟ Infinity Core Lighting ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ถึง 52 สี พร้อมเอฟเฟกต์เสียงอีก 5 แบบ

Odyssey Neo G9

รวมทั้งฟีเจอร์ CoreSync ที่ให้ผู้ใช้สามารถตั้งค่าการแสดงสีได้หลากหลาย เพื่อให้เข้ากับเกมที่เล่น  ทั้งนี้Odyssey Neo G9 วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้วในราคาเริ่มต้นที่ 56,520 บาท

และห้ามพลาด sa gaming 1688 คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศ เดิมพันง่าย สมัครง่าย ปลอดภัย มีรางวังมากมาย ให้บริการเกมครบวงจร สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

การ์ดจอ RX 6600 XT ถูกพ่อค้าขายโก่งราคาในเว็บไซต์เกือบ 40,000 บาท

RX 6600 XT

RX 6600 XT การ์ดจอรุ่นเริ่มต้นสำหรับเล่นเกม Full HD 1080P ของ AMD ที่พัฒนามาเพื่อสู้กับการ์ดจอรุ่นเริ่มต้นของคู่แข่งอย่าง RTX 3060 ของ NVIDIA ได้ถูกพ่อค้าหัวใสกว้านซื้อแล้วนำไปขายแบบเก็งกำไรผ่านเว็บไซต์ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชื่อดัง

โดยมีราคาสูงสุดถึงเกือบ 40,000 บาท ซึ่งแพงกว่าราคาขายปกติที่ตั้งไว้กว่า 3 เท่าตัวเลยทีเดียว แถมตอนที่วางขายบนเว็บไซต์ดังกล่าว ก็ยังไม่ถึงวันเวลาที่ต้องมีการจำหน่ายออกอย่างเป็นทางการอีกด้วย 

RX 6600 XT วางขายบนเว็บ Newegg ราคา 1,099 เหรียญสหรัฐฯ 

 RX 6600 XT

บนเว็บไซต์ Newegg ที่เป็นเว็บขายพวกอุปกรณ์ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ชื่อดัง ได้มีพ่อค้าบางคนนำการ์ดจอRX 6600 XTจาก MSI ที่ประกอบด้วยพัดลมสองตัวมาวางขายแบบโก่งราคาถึง 1,099 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราว ๆ 37,000 บาท

ซึ่งแพงกว่าราคา MSRP ที่ตั้งไว้เพียง 379 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 12,600 บาท เกือบ 3 เท่าตัวเลยทีเดียว พูดง่าย ๆ ว่า แพงพอ ๆ กับการ์ดจอตัวแรงของค่ายคู่แข่งอย่าง RTX 3060 ของ NVIDIA ทั้ง ๆ ที่ประสิทธิภาพของมันเทียบเท่ากับ RTX 3060 ที่เป็นการ์ดจอเล่นเกม Full HD รุ่นเริ่มต้นเท่านั้น 

 RX 6600 XT

ทั้งนี้ ดูเหมือนว่าการ์ดจอRX 6600 XTที่ถูกนำมาโก่งราคาขายบนเว็บไซต์นี้ จะเป็นสินค้าจากประเทศจีน ซึ่งผู้สั่งซื้อต้องรอ 7 – 32 ในการจัดส่ง แถมตอนที่โพสต์ขายนั้น ก็ยังไม่ถึงวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกต่างหาก แต่กลับมีพ่อค้ามือไวนำมาวางขายกินกำไรกันซะแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูว่าเมื่อถึงวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะมีราคาเพิ่มหรือลดลงมากแค่ไหน และราคาการ์ดจอในบ้านเราจะออกมาเป็นยังไงกันแน่ 

สำหรับการ์ดจอRX 6600 XTกินไฟอยู่ที่ 145W ให้ประสิทธิภาพความเร็วนาฬิกาสูงสุดที่ 2.9 GHz  โดยได้คะแนนการทดสอบใน OpenCL อยู่ที่ 76,661 ซึ่งพอ ๆ กับการ์ดจอรุ่นพี่อย่างRX 5700 XT แต่กินไฟน้อยกว่ามาก และ Boost Clock แรงกว่า โดยRX 5700 XT

 RX 6600 XT

กินไฟอยู่ที่ 225W แต่มีความเร็วนาฬิกาสูงสุดไม่เกิน 2 GHz เท่านั้น ซึ่งช้ากว่ามาก และ betclic88 เว็บไซต์คาสิโนที่มีผู้เล่นมากที่สุด เปิดเกมส์พนันให้เล่นเยอะที่สุดในไทย เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝากถอนรวดเร็ว สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่