รีวิว MSI Modern AM242P AIO สุดทันสมัย พร้อมตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่

MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO เป็นรุ่นที่ต้องบอกเลยว่าคุ้มค่า ในราคาที่เบาสบายประเป๋า พีซีรุ่นนี้ที่มาพร้อมกับการดีไซน์ในรูปแบบใหม่ ยิ่งใครที่ได้ทำงานในออฟฟิศ บอกเลยว่าจะถูกใจแน่นอน ยิ่งในช่วงนี้จะมีการทำงานในรูปแบบของ Work from Home กันเยอะมาก การที่ได้ซื้อพีซีจะต้องบอกเลยว่าประหยัดเนื้อที่อยู่ไม่ใช่น้อย มีสเปคที่แรง จนต้องไม่พลาดที่จะซื้อมาใช้งานกันให้ได้สักครั้ง 

ความโดดเด่นที่น่าสนใจของ MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO

ในความโดดเด่นที่เรียกได้ว่า เป็นตัวที่แรง มีแรมเยอะ เครื่องมาในรูปแบบของความเร็วที่สูงมาก มาในระบบปฏิบัติการวินโดว์ 11 โฮม ที่พร้อมจะมาเป็นตัวช่วยสำหรับทุกคนได้ใช้งานสะดวก ใช้ได้ต่อเนื่องยาวๆ เครื่องไม่เกิดปัญหา มีระบบการระบายความร้อนได้สูงในตัวเครื่อง ทำให้ไม่เกิดปัญหาขณะที่ได้ใช้งาน ยิ่งใครที่มีพื้นที่ในบนโต๊ะทำงานน้อย จะต้องโดนใจ สามารถที่จะปรับระดับความสูงและต่ำได้ตามความต้องการ ทำให้สะดวกต่อการมองเห็น มีกล้อง IP ที่จะเป็นระบบการรักษาความปลอดภัย เพื่อที่จะเป็นการปลดล็อคตัวเครื่องได้สะดวก มีช่องให้ไว้ร้อยสายไฟได้ด้วย สามารถต่อหน้าจอเสริมได้พร้อม ถ้าหากว่าใครอยากเป็นหน้าจอที่เสริมไว้ใช้งานกับโน๊ตบุ๊คทำได้ง่าย 

 MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO ใช้งานได้มีประสิทธิภาพ

ในการใช้งานเมื่อได้ทดสอบแล้ว ไม่มีปัญหาที่เกิดขึ้นกับรุ่นนี้ มีลำโพงที่ใช้งานได้ดี เสียงดัง สามารถใช้ในการประชุมออนไลน์ได้ ขาตัวเครื่องเน้นการออกแบบได้ทนทาน แข็งแรง สามารถเชื่อมพอร์ตได้พร้อม ปรับก้มและเงยได้ง่าย เครื่องไม่ดังขณะที่ระบายความร้อนออก เก็บเสียงได้ดี เหมาะกับการใช้งานทั่วไป การออกแบบตัวเครื่องเน้นความเรียบง่าย ขอบบาง มีทั้งหมด 2 สีให้ได้เลือกคือ ดำและขาว มีโลโก้ที่เด่นชัดออกมาได้สวยงาม 

 MSI Modern AM242P AIO

MSI Modern AM242P AIO รุ่นนี้ที่พร้อมให้ทุกท่านได้ใช้งานแล้ว ในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 3 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น สุดคุ้มค่า ราคาสบายกระเป๋า รับรองว่าไม่ผิดหวัง ใช้งานได้หลายด้านโดนใจ และห้ามพลาด Sagame168th คาสิโนออนไลน์อันดับ 1 ระบบออโต้ ฝากถอน 30 วิ ดีที่สุดในไทย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีวิวหูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP สุดทันสมัย ใช้งานได้ตอบโจทย์

หูฟังทรูไวร์เลส

หูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP เป็นหูฟังที่พร้อมจะมาตอบโจทย์ทุกความต้องการ ในแบรนด์นี้ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ ออกมาใหม่แล้วยังมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดจำหน่ายออกมาจากบริษัทอาร์ทีบี เทคโนโลยี ที่เน้นนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพเท่านั้น ที่ให้ผู้ใช้งานได้เพลินไปกับเสียงที่ไพเราะ มีความทรงพลัง ในรุ่นนี้มีการพัฒนาและปรับปรุงมาอยู่เสมอ จนทำให้เป็นหูฟังที่นิยมมากในสหรัฐอเมริกาในตอนนี้ ที่รับรองว่ามีสีที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แล้วยังสวมใส่สบายโดนใจ ที่อยู่ในภายใต้ของแบรนด์ JLab สุดทันสมัยในปัจจุบันนี้ ถ้าหากว่าใครกำลังหาหูฟังที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพเช่นนี้ ต้องไม่พลาดเป็นเจ้าของกัน 

ความน่าสนใจใน หูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP

หูฟังทรูไวร์เลส

ในรุ่นนี้ที่ได้มาพร้อมกับสิ่งที่เป็นประสิทธิภาพ ด้วยแบตเตอรี่ที่ทรงพลังมาก เมื่อสวมใส่แล้วสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมงในแต่ละข้าง แล้วไม่พอเท่านั้น ยังสามารถที่จะชาร์จที่เคสได้มากอีก 24 ชั่วโมงแบบจัดเต็ม ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้ได้ต่อเนื่องรวมแล้วมากถึง 32 เปอร์เซ็นต์ ในการออกแบบมานั้น มีขนาดที่เล็ก สามารถพกพาได้ง่าย มีน้ำหนักที่เบาสบาย เพียงแค่ 3 กรัมกว่าๆเท่านั้น เมื่อใส่ไปแล้วสบายหู มีความกระชับมากยิ่งขึ้น จะมาพร้อมกับเคสชาร์จยูเอสบีเอ ไว้ในตัวเลย เพื่อให้สะดวกต่อการสื่อสาร สนทนา แล้วยังฟังเพลงได้ใสบายใจ มีประกันการใช้งานให้ถึง 2 ปี ในราคาเพียงแค่ 990 บาทเท่านั้น 

หูฟังทรูไวร์เลส

ฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP มีประสิทธิภาพโดนใจ

ในการใช้งานที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ มีโหมดต่างๆให้ได้ใช้กัน สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องมีการทำผ่านแอปพลิเคชั่น ในส่วนของผู้ใช้ สามารถแยกการใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านซ้ายหรือขวา มีไมโครโฟน เพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ แล้วยังป้องกันน้ำได้ด้วย 

หูฟังทรูไวร์เลส

ฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ สำหรับใครที่ต้องการหาหูฟังที่ราคาถูก พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้งานเต็มที่แบบนี้ ต้องไม่พลาดกันแล้ว และขอแนะนำ star5566 แทงบอลออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา เล่นง่าย รวยไว คุ้มค่า มั่นคง และปลอดภัย 100% ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen แท็บเล็ตจอ 10.61 นิ้ว ขุมพลัง Snapdragon 680

Lenovo

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen เเท็บเล็ตรุ่นต่อยอดความสำเร็จของLenovo Tab M10 Plus 2nd Gen ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2021 โดยคราวนี้มันมาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเป็น 10.61 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 60Hz 

ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 680 ของ Qualcomm ติดตั้งลำโพงถึง 4 ตัว รองรับระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 7,700mAh ที่ทางLenovo เคลมว่าสามารถรับชมคอนเทนต์สตรีมมิ่งอย่าง Netflix ได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง เลยทีเดียว 

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 12 

Lenovo

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 10.61 นิ้ว (รุ่นก่อนขนาด 10.30 นิ้ว) ความละเอียด Full HD+ (2000 x 1200 พิกเซล) รองรับรีเฟรชเรท 60Hz ปรับความสว่างสูงสุด 400nits

รองรับมาตรฐานถนอมสายตา TÜV Rheinland และยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาLenovo Precision Pen 2 ที่รองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ แบบเดียวกับใน Tab P11 และ P11 Pro ได้ด้วย

  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่สามารถอัพเดตเป็น Android 13 ได้ในอนาคต ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 680 ของ Qualcomm ขนาด 6 นาโนเมตร

ความเร็ว 2.4GHz  ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB/6GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB)

Lenovo

พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 7,700mAh ที่ทางLenovo เคลมว่าสามารถรับชมสตรีมมิ่งคอนเทนต์บน Netflix, Amazon Prime หรือ Disney+ ได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จไว 10W ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 2.0

นอกจากนี้Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen ยังมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 8MP + ไฟแฟลช LED และกล้องหน้าความละเอียด 8MP  ตัวเครื่องติดตั้งลำโพงถึง 4 ตัว และระบบเสียงแบบจัดเต็มด้วย Dolby Atmos พร้อมระบบความปลอดภัยแบบสแกนใบหน้า 

สำหรับLenovo Tab M10 Plus 3rd Gen จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซนยุโรป ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่

Lenovo

สีฟ้า (Frost Blue) และสีเทา (Storm Grey) ส่วนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 279 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9,100 บาท (ราคาไม่รวมภาษี) ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราหรือไม่นั้น ต้องติดตามกันต่อไป  และขอแนะนำ ufabet star5566 เว็บเดิมพันคุณภาพ เล่นง่าย มีรางวัลมากมาย รวยไว ฝากถอนสะดวก สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว MatePad Paper แท็บเล็ตจอ E Ink ขาว-ดำ รองรับ M Pencil

MatePad Paper

MatePad Paper แท็บเล็ตรุ่นใหม่ในตระกูล MatePad Series ของค่าย Huawei ที่มาพร้อมจุดเด่นหน้าจอ E Ink หรือหน้าจอแบบขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเหมือนหน้ากระดาษ ขนาด 10.3 นิ้ว ความละเอียด 1872 x 1404 พิกเซล

แสดงผลด้วยโหมดถนอมสายตา สามารถปรับความสว่างได้ถึง 32 ระดับ รองรับการใช้งานร่วมกับ M Pencil  ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Harmony OS 2.0 และมีแบตเตอรี่ขนาด 3,625mAh ที่อยู่ได้นานสูงสุดถึง 28 วัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 22.5W

MatePad Paper มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานโหมดสแตนบายด์ได้ 28 วัน 

 MatePad Paper

ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2022 บรรดาค่ายมือถือต่างขนนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ของตัวเองมาเปิดตัวกันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง ไม่เว้นแม้แต่ Huawei ที่เลือกเปิดตัวMatePad Paperแท็บเล็ตรุ่นใหม่ในตระกูล MatePad Series ที่มาพร้อมหน้าจอแบบ E Ink หรือหน้าจอแสดผลแบบขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเหมือนหน้ากระดาษ ขนาด 10.3 นิ้ว ความละเอียด 1872 x 1404 พิกเซล มีอัตราการตอบสนองหน้าจออยู่ที่ 26ms

ซึ่งอาจจะไม่เร็วเท่าแท็บเล็ตตัวท็อปรุ่นใหม่ ๆ แต่ก็ทดแทนด้วยผิวสัมผัสใกล้เคียงกับกระดาษและการแสดงผลผ่านโหมดถนอมสายตาที่สามารถปรับความสว่างได้ถึง 32 ระดับ สามารถใช้งานได้ทั้งในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืน รวมถึงกลางแดดจ้า แถมยังรองรับการใช้งานร่วมกับ M Pencil ไม่ว่าจะเป็นการจด/เขียน หรือวาดรูปก็สามารถทำได้ใกล้เคียงกับดินสอแลดกระดาษจริง พร้อมฟีเจอร์การใช้งานหลากหลาย เช่น แปลงลายมือเป็นตัวพิมพ์, บันทึกเสียงไประหว่างจดบันทึก, แบ่งหน้าจอพร้อมกัน 2 หน้า เป็นต้น

MatePad Paper

ในส่วนของสเปคอื่น ๆMatePad Paperมาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 64GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3,625mAh ที่แม้จะฟังดูน้อยไปหน่อย แต่ทาง Huawei ก็เคลมว่ามันสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง และสแตนบายด์ได้นานสูงสุดถึง 28 วัน พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 22.5W ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C  โดยตัวแท็บเล็ตรองรับการเชื่อมต่อรุ่นใหม่ทั้ง Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.2

MatePad Paper

สำหรับ MatePad Paper มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 499 ยูโร หรือประมาณ 18,xxx บาท (ไม่รวมภาษี) ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป และอย่าพลาด ufabet xyz เว็บแทงบอลคุณภาพ แทงง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝากถอนสะดวก เล่นได้ทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีวิวสมาร์ทโฟน OPPO Find X5 Pro สุดทันสมัยที่ต้องไม่พลาด

OPPO Find X5 Pro

สมาร์ทโฟน OPPO Find X5  Pro รุ่นนี้ที่พึ่งได้มีการเปิดตัวมาไม่นาน มาพร้อมกับความน่าสนใจที่จับตามองกันทั่วโลก ในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เป็นแบรนด์ระดับโลกของค่ายนี้ที่จะทำให้คุณเองได้ใช้งานอย่างมีคุณภาพ มีชิปในการประมวลผลภาพได้ชัดเจน ถ่ายภาพนิ่งได้สวย หรือจะอัดวิดีโอได้น่าประทับใจ รุ่นนี้มีการพัฒนามาได้ดี ที่มีการปรับปรุงมาให้ผู้ใช้งานได้รู้สึกว่าคุ้มค่า ถ้าหากว่าใครอยากจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนใหม่ แนะนำว่ารุ่นนี้ดีจริง พร้อมที่จะตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน

ความน่าสนใจในสมาร์ทโฟน OPPO Find X5  Pro

สุดทันสมัยที่ต้องไม่พลาด

หน้าจอที่มาในระดับที่คมชัดมาก มีความละเอียดสูง มีหน้าจอที่สามารถปรับโหมดได้ตามใจชอบ ถนอมสายตา รองรับการแสดงผลได้ดี มีสีที่แม่นยำ กระจกที่หน้าจอมีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานมาก หมดความกังวลว่าจะกลัวแตก สเปคแรงระดับไฮเอน ใช้งานได้ทุกอย่างราบลื่น เครื่องไม่ช้า แรมเยอะ

ในส่วนของกล้องหลัง จะมีระบบกันสั่นให้พร้อม ถ่ายวิดีโอหรือรูปได้ดี มีมุมมองที่กว้างมาก แล้วยังซูมได้ไกล ความละเอียดของภาพที่ออกมาได้ยอดเยี่ยม รวมไปถึงจุดโฟกัสไว และกล้องหน้ามีความชัดเจนเช่นกัน มีโหมดต่างๆให้ได้เลือก ไม่ว่าจะเป็นกลางคืน กลางวัน ที่สำคัญคือมีชิปที่สามารถประมวลผลเอไอได้พร้อม ให้ภาพที่ถ่ายออกมามีความชัดเจน รับแสงได้ทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตาม

OPPO Find X5  Pro

สมาร์ทโฟนOPPO Find X5  Pro ใช้งานได้มีประสิทธิภาพ

ใช้งานได้ดีมาก มีแบตเตอรี่ที่ใหญ่จัดเต็ม ชาร์จได้ไว ในช่วงของระยะเวลาแบบที่ไวสุดเลยจริง ๆเพียงแค่ 10 กว่านาทีเท่านั้น สามารถที่จะทำการชาร์จได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากว่าแบตเตอรี่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาไม่เกิน 50 นาที แล้วแบตมีขนาดใหญ่ ในแต่ละวันใช้งานได้นาน มีการเชื่อมต่อที่ไว กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว มีสีขาวและสีดำให้ได้เลือกซื้อใช้

OPPO Find X5 Pro

สมาร์ทโฟนOPPO Find X5  Pro รุ่นนี้มาพร้อมกับความน่าสนใจ ที่เน้นประสิทธิภาพสูงมาก แล้วยังใช้งานได้ดี ลื่นไหล ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ยอดเยี่ยม และห้ามพลาด sa gaming เว็บตรง คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย เล่นได้ทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Realme อาจเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จสมาร์ทโฟนที่ “เร็วที่สุดในโลก” งาน MWC 2022

uf99999

Realme ค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับแถวหน้าของประเทศจีนเตรียมขนนวัตกรรมใหม่ ๆ มาเปิดตัวในงงาน Mobile World Congress (MWC) 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็คาดกันว่าจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของค่ายอย่าง GT2 Pro ในงานนี้ด้วยเช่นกัน แต่ล่าสุด ยังมีข่าวลืออีกว่า บริษัทเตรียมที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่มือถือที่ “เร็วที่สุดในโลก” ในงานนี้อีกด้วย

Realme อาจเปิดตัวเทคโนโลยีที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น ด้วยกำลังไฟที่น้อยลง

Realme

ภายในงาน Mobile World Congress (MWC) 2022 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ นอกจากจะถึงคิดเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่าง GT2 Pro แล้ว ยังมีข่าวลือว่าทาง Realme เตรียมที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนที่ “เร็วที่สุดในโลก” ภายในงานนี้ด้วย แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับนวัตกรรมที่ว่านี้

แต่ทางค่ายก็บอกใบ้เป็นนัย ๆ ว่า มันเร็วกว่าเทคโนโลยีชาร์จไวระดับ 125W ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน  นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่า เทคโนโลยีชาร์จไวที่จะเปิดตัวนี้น่าจะอยู่ที่กำไฟราว ๆ 150W ซึ่งมีต้นแบบมาจากเทคโนโลยี 160W ของ OPPO ที่แม้จะชาร์จแบตด้วยกำลังไฟต่ำกว่าราว 10W แต่ก็ใช้อแดปเตอร์แบบเดียวกัน 

Realme

ทั้งนี้ หากการคาดการณ์ทั้งหมดถูกต้อง แน่นอนว่า การชาร์จด้วยกำลังไฟ 150W แม้จะฟังดูมาก แต่ก็ยังไม่ใช่เทคโนโลยีชาร์จแบตที่ “เร็วที่สุดในโลก” แน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ Xiaomi ก็เคยเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไวที่กำลังไฟถึง 200W มาแล้ว ซึ่งมันสามารถชาร์จแบเตอรี่สมาร์ทโฟนขนาด 4,000mAh จาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาเพียง 8 นาทีเท่านั้น

Realme

ด้วยเหตุนี้จึงเหลือความเป็นไปได้แค่อย่างเดียว นั่นคือRealme อาจมีเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้เร็วขึ้น โดยใช้กำลังไฟน้อยลง เช่น ใช้กำลังไฟเพียง 150W แต่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วพอ ๆ กับใช้กำลังไฟ 200W เป็นต้น

ซึ่งก็ต้องมารอดูรายละเอียดเต็ม ๆ กันในงานวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ และห้ามพลาด uf99999 เว็บเดิมพันออนไลน์คุณภาพ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Motorola เผยโฉมแว่น VR พร้อมหน่วยประมวลผลแบบห้อยคอสุดล้ำ

Motorola

Motorola บริษัทไอทีสัญชาติอเมริกัน-จีน ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำด้านสมาร์ทโฟนมาอย่างยาวนาน แต่ที่หลายคนยังไม่รู้ก็คือบริษัทแห่งนี้เริ่มหันมาให้ความสนใจเทคโนโลยีประเภท VR/AR มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

และล่าสุดก็ได้ออกมาเผยโฉมแว่น VR และหน่วยประมวลผลแบบห้อยคอสุดล้ำ สำหรับใช้งานกับแว่น VR ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PC ให้ยุ่งยาก เพราะมีหน่วยประมวลผลต่าง ๆ อยู่ในตัว แถมยังมีน้ำหนักเบา ไม่ทำให้เกิดอาการเมื่อยคอเวลาใช้งานนาน ๆ เหมือนแว่น VR ส่วนใหญ่ในปัจจุบันอีกด้วย

Motorola เผยคอนเซ็ปหน่วยประมวลผลแบบห้อยคอชิป Snapdragon 8 Gen 1

Motorola

ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เทคโนโลยี VR ถูกพัฒนาไปอีกขั้นด้วยแว่น VR ประเภท Oculus Quest ที่สามารถเล่นเกมได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับเครื่อง PC เพราะมีหน่วยประมวลผลต่าง ๆ ในตัวอยู่แล้ว

แต่ข้อเสียของแว่น VR ประเภทนี้คือมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ทำให้ไม่สะดวกเวลาใช้งานนาน ๆ เพราะจะเกิดอาการล้า/เมื่อยคอได้ ล่าสุดทางMotorola จึงได้พัฒนาแว่น VR พร้อมหน่วยประมวลผลแบบห้อยคอ ซึ่งเชื่อมต่อกันผ่านสายเคเบิ้ลอีกที แก้ปัญหาแว่น VR มีน้ำหนักมากเกิน

Motorola

แม้ว่าข้อมูลในตอนนี้จะแทบไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าอุปกรณ์ที่ว่านี้ออกมาเลย แต่ทางMotorola ก็ได้ปล่อยภาพเรนเดอร์ดีไซน์พร้อมข้อมูลหยาบ ๆ ออกมามาส่วน โดยอุปกรณ์ VR ตัวนี้จะมีหน่วยประมวลผลที่มีรูปร่างและขนาดคล้ายมือถือเอามาห้อยคอเป็น Neckband ภายใช้ประกอบด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen 1, แบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh, ลำโพง, เซนเซอร์ Gyroscope รวมถึงทัชแพด ซึ่งเจ้าหน่วยประมวลผลแบบห้อยคอนี้

Motorola

จะทำหน้าที่เป็นเหมือนสมองในการประมวลผลกราฟฟิกและยังเป็นแหล่งพลังงานให้แว่น VR โดยเชื่อมต่อผ่านสาย USB-C ทำให้แว่น VR มีน้ำหนักที่เบาลงกว่าแว่นประเภท Oculus Quest ในปัจจุบันที่หนักราว 2 กิโลกรัม  อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงไอเดียของทางMotorola เท่านั้น ยังไม่ได้มีการผลิตสำหรับการตลาดแต่อย่างใด ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าอุปกรณ์พวกนี้จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบของอุปกรณ์ VR ในอนาคตมากน้อยแค่ไหน และขอแนะนำ Slot333 เว็บรวมเกมคาสิโนออนไลน์ ที่ดีที่สุด เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย และยังฟรีเครดิตอีกด้วย

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เผยเรนเดอร์แรก OPPO Reno7 Z มือถือ 5G ขุมพลังชิปเซ็ต Snapdragon 480+

Oppo Reno 7 Z

OPPO Reno7 Z ว่าที่สมาร์ทโฟน 5G รุ่นใหม่ของแบรนด์ดังจากจีนที่ก่อนหน้านี้เคยปรากฎข้อมูลว่าได้ผ่านการรับรองจากทาง กสทช. ของประเทศไทยเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ล่าสุด ได้มีการปล่อยภาพเรนเดอร์ดีไซน์ตัวเครื่องออกมาสู่สาธารณชนบ้างแล้ว โดยมันมาพร้อมตัวเครื่องแบบเหลี่ยม พร้อมฝาหลังผิวสัมผัสด้าน แต่มีลูกเล่นเรื่องความเปล่งประกาย รวมถึงสีไล่เฉด แถมหน้าจอยังใช้ดีไซน์แบบเจาะรู (Punch-Hole Display) สำหรับวางกล้องหน้าอีกด้วย

OPPO Reno7 Z อาจมาพร้อม Snapdragon 480+ และ RAM ขนาด 8GB

Oppo Reno 7 Z

หลังปรากฏรายชื่อOPPO Reno7 Zได้ผ่านการรับรองจาก กสทช. ได้ไม่ถึงครึ่งเดือน ล่าสุดทาง OPPO ก็เริ่มปล่อยภาพเรนเดอร์ดีไซน์ของมือถือรุ่นนี้ออกมาให้ชมกันบ้างแล้ว โดยมันมาพร้อมตัวเครื่องแบบเหลี่ยม พร้อมฝาหลังผิวสัมผัสด้าน แต่มีลูกเล่นเรื่องความเปล่งประกาย รวมถึงสีไล่เฉดอันเป็นเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟนค่ายจีน แถมหน้าจอยังใช้ดีไซน์แบบเจาะรู (Punch-Hole Display) สำหรับวางกล้องหน้าอีกด้วย

สำหรับสเปคอื่น ๆ ของOPPO Reno7 Z คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 6.43 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1080 x 2400 พิกเซล) ปรับความสว่างได้สูงสุดที่ 600 nits และมีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องอยู่ที่ 85.3%  ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 11

Oppo Reno 7 Z

ใช้ชิปประมวลผลรุ่นอัพเกรดให้รองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G อย่าง Snapdragon 480+ ของ Qualcomm ความเร็ว 2.2GHz ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 256GB พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 33W

ในส่วนของการถ่ายรูปคาดว่าOPPO Reno7 Z จะมาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 48MP, กล้อง Depth ความละเอียด 2MP

น่าเสียดายที่ยังไม่มีข้อมูลกล้องตัวที่สาม แต่เชื่อว่าจะรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที รวมถึงโหมดการถ่ายภาพ HDR  ส่วนกล้องหน้าคาดว่าจะให้มาที่ขนาด 16MP

Oppo Reno 7 Z

ทั้งนี้ คาดว่ามือถือรุ่นนี้น่าจะเตรียมเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ และแน่นอนว่าต้องมีการวางจำหน่ายในบ้านเราด้วยแน่นอนเพราะผ่านการรับรองจาก กสทช. แล้วนั่นเอง และห้ามพลาด สล็อต 666 สล็อตออนไลน์อันดับ 1 เล่นง่าย ปลอดภัย รวยไว มีรางวัลมากมาย ให้บริการมุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Nokia G21 จอ 90Hz แบตอึด 5,050mAh ขุมพลัง UNISOC T606

Nokia G21

Nokia G21 สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ของค่าย Nokia ที่มาพร้อมดีไซน์พรีเมียมกว่าเดิม โดดเด่นด้วยขนาดตัวเครื่องที่บางลงถึง 5% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Nokia G20 จาก 9.2 มิลลิเมตร เหลือเพียง 8.5 มิลลิเมตรเท่านั้น

  ส่วนสเปคภายในก็ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต UNISOC T606 ที่จับคู่กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่สามารถอัพเดตได้ถึง Android 13  ที่สำคัญคือมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,050mAh ที่สามารถใช้งานได้นานสุดถึง 3 วัน

Nokia G21 มาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว รีเฟรชเรท 90Hz

Nokia G21

หลังจากที่มีข่าวลือตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Nokia ก็ได้เปิดตัวNokia G21 สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ของค่ายอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมันมาพร้อมขนาดตัวเครื่องที่บางลงถึง 5% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่าง Nokia G20 จาก 9.2 มิลลิเมตร


เหลือเพียง 8.5 มิลลิเมตรเท่านั้น  ติดตั้งจอแสดงผลแบบ LCD ขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ รองรับรีเฟรชเรท 90Hz  ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 11 ที่ได้รับการันตีการอัพเดตถึง Android 13  ใช้ชิปประมวลผล UNISOC T606 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร

ความเร็ว 1.61GHz ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Mali-G57 MP1 (สเปคโดยรวมถือว่าแรงกว่าชิป Helio G35 อยู่พอสมควร) ใช้หน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 64GB/128GB ในส่วนของแบตเตอรี่ให้มาที่ขนาด 5,050mAh

Nokia G21

ที่ทาง Nokia เคลมว่าสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานสูงสุดถึง 3 วัน ต่อการชาร์จแบตเต็ม 100% หนึ่งครั้ง แถมยังรองรับระบบชาร์จไวสูงสุด 18W อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ภายในกล่องให้หัวชาร์จ 10W เท่านั้น หากอยากได้หัวชาร์จ 18W ต้องซื้อแยก

ในส่วนของการถ่ายรูปNokia G21 มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 50MP, กล้อง Macro ความละเอียด 2MP และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP รองรับการถ่ายภาพความละเอียดสูง (Super Resolution) และ

Night Mode  ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 8MP  นอกจากนี้  นอกจากนี้ มือถือรุ่นนี้ยังจะมาพร้อมกับแอป ExpressVPN ที่ติดตั้งมาให้ตั้งแต่โรงงาน และมีโปรโมชั่น Free Trial ให้ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน อีกด้วย

Nokia G21

สำหรับNokia G21 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในยุโรปเรียบร้อยแล้ว โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Dusk และ Nordic Blue ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 170 ยูโร หรือประมาณ 6,300 บาท 

และขอแนะนำ Uf99999  เว็บพนันบอลออนไลน์ ดีที่สุด เล่นง่าย รวยไว มั่นคง ฝากถอน ออโต้ รวดเร็ว 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีวิวโน๊ตบุ๊ค realme Book สุดทันสมัยเกินคาด สเปคดีคุ้มค่าในปี 2022

realme Book

โน๊ตบุ๊ค realme Book เป็นรุ่นที่มีความทันสมัย ที่เรียกได้ว่ามีความคุ้มค่ากับการใช้งานแน่นอน ที่ถือว่ามีความดูดีไม่ซ้ำใคร แล้วยังมีสีสันที่สดใส เหมาะกับวัยรุ่น วัยทำงานอย่างมาก แต่ว่าพอในแบรนด์นี้เราอาจจะเห็นว่าดังในหมวดของสมาร์ทโฟนมากกว่า แต่ในครั้งนี้ได้มีการผลิตโน๊ตบุ๊คมา ที่ถือว่าเป็นรุ่นแรกที่เราสามารถเข้าถึงได้ในเรื่องของราคา ถ้าหากว่าใครงบน้อยซื้อใช้งานได้ยาวๆ สเปคดี ถ้าหากว่าท่านใดที่สนใจสามารถมาจับจองเป็นเจ้าของกันได้แล้ว 

ความน่าสนใจใน โน๊ตบุ๊ค realme Book

realme Book

ความน่าสนใจในแบรนด์นี้ที่มีสเปคคุ้มค่า ที่ได้มีการเปิดตัวมาในรุ่นแรก ที่มีจุดเด่นที่มีหน้าจอที่ถือว่ามีความละเอียดสูง แล้วยังระบบเซนเซอร์ที่มาสแกนลายนิ้วมือได้ แล้วยังมีสเปคที่แรง ใช้ในที่ทำงานออฟฟิศ แล้วยังใช้ระบบเบราเซอร์ได้ดีด้วย มีการติดตั้งชิปที่ตัวใหม่มาแรง มีพอร์ตในการเชื่อมต่อที่ให้มา 1 ช่อง สามารถชาร์จแบตเตอรี่ตามระบบมาตรฐาน

แล้วยังมีหน้าจอมาตรฐานด้วย นับว่าเป็นแบรนด์ชั่นนำที่รอคอย เน้นใส่ฟีเจอร์ที่ครบครัน มีซอฟท์แวร์จำเป็นต่อการใช้งาน ที่อัพเกรดเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด มีการประกอบเครื่องที่แข็งแรง ใช้งานได้ทนทาน ยาวนาน มีขอบเขตสีที่ชัดเจน ความจุแรมเยอะ ถ้าหากว่าต้องการใช้งานหนักๆสามารถอัพเกรดได้เพิ่มได้เลย

realme Book

โน๊ตบุ๊ค realme Book ใช้งานได้สุดคุ้มค่า ราคาดีกว่าที่คิด

ใช้งานได้คุ้มค่าที่ไม่ว่าจะมีระบบระบายความร้อนได้ดี มีแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้ไว แล้วใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 11 ชั่วโมงแบบจัดเต็ม หมดความกังวลหายห่วง เครื่องมีน้ำหนักที่เบามาก หน้าจอถนอมสายตา ใช้ประชุมออนไลน์ เรียนออนไลน์ได้ ตัดต่อ และอีกมากมาย 

realme Book

โน๊ตบุ๊ค realme Bookเป็นรุ่นที่ถือว่ามีการพัฒนามาอย่างน่าสนใจ ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพในการใช้ได้คุ้มเกินคาด เป็นรุ่นใหม่ที่มาแรง มีระบบรักษาความปลอดภัยพร้อม ใช้งานได้ครบครัน เครื่องไม่กระตุก แล้วยังเป็นรุ่นที่ออกมาเปิดตัวไม่นานมานี้ด้วย และห้ามพลาด sa gaming เว็บตรง เว็บตรง คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศ เดิมพันง่าย รวยไว มีรางวัลมากมาย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่