เปิดตัว CyberDog หุ่นยนต์หมาประจำบ้านสุดฉลาดจาก Xiaomi

CyberDog

CyberDog หุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงรุ่นแรกของ Xiaomi ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง Mi MIX 4 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ว่ารูปร่างหน้าตามันช่างละหม้ายคล้ายกับหุ่นยนต์ Spot ของบริษัท Boston Dynamics ซะเหลือเกิน แต่ก็ต้องบอกว่าเจ้าหุ่นยนต์หมาตัวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Xiaomi ที่แสดงถึงความสามารถด้านเทคโนโลยีของบริษัทจริง ๆ 

CyberDog มาพร้อมสมอง NVIDIA® Jetson Xavier™ NX platform ถึง 384 แกน

 CyberDog

นอกจาก Xiaomi จะมีตัวผลิตภัณฑ์ที่เป็นหลักนั้นตั้งแต่ตัวสมาร์ทโฟนไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ล่าสุดยังได้เปิดตัว CyberDogหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยงรุ่นแรกของ Xiaomi เป็นอีกหนึ่งไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของตัวเองอีกด้วย โดยมันมาพร้อมรูปร่างหน้าตาคล้ายกับหุ่นยนต์ Spot ของบริษัท Boston Dynamics 

ขับเคลื่อนการทำงานด้วยขุมพลังสมอง NVIDIA® Jetson Xavier™ NX platform ที่ประกอบด้วย CUDA ถึง 384 แกน, Tensor อีก 48 แกน และ CPU Carmel อีก 6 แกน และแกนประมวลผล Deep Learning อีก 2 แกน  โดยแกนประมวลผลเหล่านี้จะรับข้อมูลจากเซนเซอร์ที่อยู่รอบตัวของเจ้าCyberDog ถึง 11 ตัว เช่น กล้อง, เซ็นเซอร์สัมผัส, เซ็นเซอร์อัลตร้าโซนิก, GPS ฯลฯ ซึ่งจะคอยทำหน้าที่ประมวลผลเพื่อการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ 

 CyberDog

เจ้าCyberDog สามารถเคลื่อนไหวได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน 4 ขาแบบปกติ หรือแม้แต่การตีลังกากลับหลัง แถมมันยังสามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 11.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมีเซ็นเซอร์ Intel RealSense D450 ที่ไว้ตรวจจับความตื้น-ลึกของวัตถุต่าง ๆ

ทำให้หุ่นยนต์สามารถที่จะเคลื่อนที่ได้แบบไม่มีการชนวัตถุหรือแม้แต่สิ่งของต่าง ๆ และยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับเสียง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งการหุ่นยนต์ตัวนี้ได้ด้วยคำสั่งเสียง รวมทั้งยังมีพอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ทั้ง USB-C จำนวน 3 ช่อง และพอร์ต HDMI ที่นักพัฒนาสามารถติดตั้งซอฟแวร์ต่าง ๆ ลงไปในตัวหุ่นยนต์ได้ 

 CyberDog

ทั้งนี้ทาง Xiaomi ยืนยันว่า CyberDog ไม่ได้เป็นเพียงหุ่นยนต์ต้นแบบที่พัฒนามาโชว์เล่น ๆ เท่านั้น แต่บริษัทมีเริ่มผลิตสำหรับจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการผลิตเพียง 1,000 ตัวเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ตัวละ 9,999 หยวน หรือประมาณ 51,600 บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) แต่ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่าย และรายเอียดของประเทศที่จะวางจำหน่ายออกมาแต่อย่างใด และ Slotbkk  เกมส์เดิมพัน สล็อตออนไลน์ อันดับ 1 เพียงสมัคร สมาชิก รับโบนัสทันที เดิมพันง่าย รวยไว ได้เงินจริง ฝากถอนรวดเร็ว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

หลุดข้อมูลเกม Halo Infinite ใช้พื้นที่เกือบ 100 GB

Halo Infinite

Halo Infinite หนึ่งในเกมแอคชั่นชูตติ้งที่เหล่าตัวเกมเมอร์ทั่วโลกนั้นต่างตั้งตาการรอมากที่สุด โดยแรกเริ่มเดิมทีมีแผนที่จะลงกับ Xbox Series X ในฐานะเกมเปิดตัว แต่น่าเสียดายที่ทาง Microsoft ตัดสินใจเลื่อนกำหนดของการที่จะมีวางจำหน่าย Xbox รุ่นนี้ออกไป

เป็นช่วงเดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน ปีหน้าแทน แต่ล่าสุด ได้มีภาพหลุดข้อมูลของเกม Halo ที่แสดงให้เห็นว่าตัวเกมจัดอยู่ในเรต PEGI 16 และใช้พื้นที่ทั้งหมดเกือบ 100 GB เลยทีเดียว 

Halo Infinite จัดอยู่ในเรต PEGI 16 และใช้พื้นที่รวม 97.24GB 

Halo Infinite

ภาพข้อมูลของเกมHalo Infinite ที่พัฒนาโดย 343 Industries ได้ปรากฏอยู่บนหน้า  Microsoft Store โดยจากภาพแสดงให้เห็นถึงความละเอียดต่าง ๆ เช่น เป็นเกมแนวชูตเตอร์ จัดจำหน่ายโดย Xbox Game Studios จัดอยู่ในเรต PEGI 16 และตัวเกมใช้พื้นที่รวมถึง 97.24GB โดยในรูปไม่ได้เปิดเผยวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจากรูปจะดูเหมือน Microsoft Store มาก แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันจากทาง Microsoft ว่าข้อมูลที่หลุดออกมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยเฉพาะการจัดเรตเกมให้อยู่ที่ PEGI 16 ซึ่งน่าสงสัยมาก

Halo Infinite

เพราะHalo Infinite ไม่เคยมีการจัดเรตแบบ PEGI อย่างเป็นทางการมาก่อนนั่นเอง โชคดีที่ทาง Microsoft ยังคงยืนยันว่า จะมีการเปิดเผยรายละเอียดของเกมHalo Infinite เพิ่มเติมในงาน Gamescom ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ โดยมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่จะมีการเปิดเผยวันจัดจำหน่ายของเกมภายในงานนี้ด้วย

สำหรับเกมHalo Infinite คาดกันว่าจะมาพร้อมกับโหมดการเล่นใหม่ ๆ เช่น Weapon Drills ที่ผู้เล่นสามารถทดสอบทักษะการใช้อาวุธต่าง ๆ โดยมี Bot เคลื่อนที่ เพื่อให้ผู้เล่นได้ยิงเก็บคะแนนได้ โดยมีอาวุธประสิทธิภาพสูงในคลังอาวุธ Halo ทั้ง CQS48 Bulldog, MA40 AR, S7 Sniper ฯลฯ 

Halo Infinite

นอกจากนี้ยังมีการปรับระบบสภาพอากาศแบบไดนามิก โดยทางผู้พัฒนา 343 Industries ระบุว่า ผู้เล่นจะเจอทั้งลมและหมอก ไปจนถึงฝนและพายุหิมะที่คาดว่าจะเป็นเอฟเฟกต์สภาพอากาศเพิ่มเติมในอนาคต 

โดยคาดกันว่าตัวเกมจะมีราคาประมาณ 60 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 2,000 บาท  และ ufalion168  เว็บพนันบอลออนไลน์ที่ดังที่สุด ในประเทศไทยและมีคนเล่นมากที่สุด เพราะ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย สมัครง่ายฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

อีลอน มัสก์ หนุน Epic Games ยื่นฟ้อง Apple เรื่องค่าธรรมเนียม

อีลอน มัสก์

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีสายปั่น เจ้าของอาณาจักร Tesla ได้ออกโรงสนับสนุนทางด้าน Epic Games ร้านค้าชื่อดังที่เพิ่งจะยื่นฟ้องบริษัท Apple

เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมใน App Store โดยซีอีโอวัย 50 ปี ระบุว่า ค่าธรรมเนียม 30% ที่ Apple หักจากแอปฯ ต่าง ๆ ใน App Store เปรียบเหมือน “ภาษี” บนโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่ง Apple ไม่ควรมีสิทธิ์เก็บค่าธรรมเนียมที่ว่านี้ และยืนยันว่า Epic คือฝ่ายที่ทำถูกต้องแล้ว

อีลอน มัสก์ จวก Apple และ Android กำลังผูกขาดตลาดแอปพลิเคชั่นบนมือถือ

อีลอน มัสก์

อีลอน มัสก์ผู้บริหารของ Tesla และ SpaceX ได้ทำการทวีตเพื่อแสดงความเห็นที่เกี่ยวกับเรื่องของกคดีฟ้องร้องระหว่าง Epic Games และ Apple เรื่องค่าธรรมเนียมใน Apple Store เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา 

โดยเขาออกโรงสนับสนุนทางด้าน Epic ที่พยายามต่อต้านการเก็บค่าธรรมเนียมถึง 30% จากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ บน App Store โดยเจ้าตัวระบุว่า “ค่าธรรมเนียมใน App Store ของ Apple ก็เหมือนกับการเก็บภาษีบนโลกอินเตอร์เน็ต และ Epic เป็นฝ่ายถูก”

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2020 Epic Games พยายามผลักดันระบบจ่ายเงินในแอปฯ บน Apple Store ให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินให้กับเจ้าของแอปฯ ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายผ่านคนกลางอย่าง Apple Store ซึ่งแปลว่า Apple จะไม่ได้รับค่าธรรมเนียม 30%

อีลอน มัสก์

ถือเป็นการละเมิดกฎของ Apple จนทำให้แอปฯ บางส่วนถูกถอดออกจาก App Store  จากนั้นทาง Epic Games ก็ได้ยื่นฟ้อง Apple โดยกล่าวหาว่า

แพลตฟอร์ม iOS ไม่มีช่องทางอื่นให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกลงแอปฯ จาก Store แห่งอื่นได้เลย ทำให้ผู้พัฒนาหรือเจ้าของแอปฯ ทุกคน ต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียม 30% ซึ่งเป็นการทำธุรกิจแบบผูกขา

  ทั้งนี้อีลอน มัสก์ ยังเสริมว่า ปัจจุบัน Apple (iOS) และ Android เป็นเพียงผู้เล่นแค่สองรายที่เป็นเจ้าตลาดมือถือ ซึ่งถือเป็นการผูกขาด ฉะนั้น การหักค่าธรรมเนียมจากแอปฯ ที่อยู่ใน Store ของตัวเอง จึงเหมือนกับการเก็บภาษีนั่นเอง  อย่างไรก็ตาม การแสดงท่าทีว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม Apple

อีลอน มัสก์

ของอีลอน มัสก์ ในครั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากการที่ Apple จะเปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้าของตัวเองในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นคู่แข่งเพียงหนึ่งเดียวที่อาจจะก้าวขึ้นมาท้าทายบัลลังก์ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของเขาในอนาคตนั่นเอง และอย่าพลาด ufabet เว็บตรง เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์ ปลอดภัย และคุ้มค่า แน่นอน เล่นง่าย ได้เงินจริง มีรางวัลมากมาย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Nokia ชนะประมูลคว้าส่วนแบ่งเครือข่าย 5G RAN ประเทศจีนได้เป็นครั้งแรก

Nokia

Nokia บริษัทโครงข่ายโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่สัญชาติฟินแลนด์ ตกเป็นผู้ชนะการประมูลจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับเครือข่าย 5G RAN ความถี่ 700MHz ในประเทศจีน ตามการประกาศของ China Mobile     

ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือของจีนและฮ่องกง  โดยชนะการประมูลเป็นอันดับ 3 และยังถือเป็นครั้งแรกของบริษัทที่ชนะการประมูลในประเทศจีน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ คู่แข่งอย่าง Ericsson เป็นฝ่ายชนะประมูล 5G RAN ในเฟสแรกไปได้ก่อน

Nokia ชนะประมูลอันดับ 3 คว้าส่วนแบ่ง 5G RAN 10.11%

Nokia

เมื่อวันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัท China Mobile ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศจีนและฮ่องกงได้ประกาศให้ Nokiaชนะการประมูลจัดซื้ออุปกรณ์เครือข่ายวิทยุ 5G RAN คลื่นความถี่ 700MHz ในฐานะอันดับ 3 ครองส่วนแบ่งที่ 10.11% ส่วนอันดับ 1 และ 2 ได้แก่ Huawei กับ ZTE ที่ครองส่วนแย่ง 61.12% กับ 28.77% ตามลำดับ

ส่วนบริษัทคู่แข่งร่วมสแกนดิเนเวียร์อย่าง Ericsson ที่เป็นผู้ชนะประมูล ชนะการประมูล 5G RAN และอุปกรณ์ 5GC ของ China Mobile ในเฟสแรกเมื่อปีที่แล้ว กลับตกชั้นมาเป็นอันดับ 4 ด้วยส่วนแบ่งเพียง 9.58% ในแพ็กเกจแบบที่ 2

ซึ่งมีมูลค่าสัญญาน้อยกว่าที่บริษัทวางแผนเอาไว้ตอนร่วมยื่นซองประมูลมาก สาเหตุก็เพราะบรรดาบริษัทโทคคมนาคมของสวีเดนได้ร่วมมือกับสหรัฐฯ และชาติตะวันตกอื่น ๆ แบน Huawei กับ ZTE ในการประมูลคลื่น 5G ในสวีเดนนั่นเอง 

Nokia

สำหรับการประมูลในครั้งนี้ คาดว่าจะมีมูลค่าสัญญารวมทั้งสิ้นถึง 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 197,000 ล้านบาท โดยเชื่อกันว่าNokia จะได้ส่วนแบ่งราว 4% จากมูลค่าสัญญาทั้งหมด  นอกจากนี้Nokia ยังต้องรอลุ้นการประกาศผลการประมูลเครือข่าย 5G เฟสที่ 2 ของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ในจีนอีก 2 เจ้า ได้แก่ China Telecom และ China Unicom ซึ่งก็เป็นอีกเวทีหนึ่งที่สองบริษัทใหญ่แถบสแกนดิเนเวียร์อย่าง Ericsson

และNokia ได้ยื่นซองประมูลด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งต้องติดตามดูว่าใครที่จะได้ส่วนแบ่งในรอบนี้มากกว่ากัน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เชื่อว่า รัฐบาลจีนและบริษัทโทรคมนาคมสัญชาติจีนถูกบีบให้ต้องเริ่มพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

Nokia

ส่งผลให้ที่ผ่านมา บริษัทต่างชาติไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับการเข้าไปลุงทุนในจีนมากนัก ซึ่งก็ต้องรอดูว่าNokia จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อย่างไร และ viewbet24 เว็บใหม่ ที่เต็มไปด้วยทีมงานคุณภาพ และโปรโมชั่นดีๆมากมายอีกเพียบ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

สุดยอดความโดดเด่นที่สุดแห่งปีกับรีวิว iPad Pro M1 12.9 นิ้ว

iPad Pro M1 12.9นิ้ว

iPad Pro M1 12.9นิ้ว เป็นอุปกรณ์ที่มีความทันสมัย พร้อมที่จะตอบโจทย์ความต้องการของทุกคนได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ในราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพที่จะได้รับ แล้วเราต่างทราบกันดีว่าในค่ายนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก โดยราคาถึงแม้ว่าจะสูง แต่มีผู้คนจำนวนมากต่างให้ความสนใจและซื้อกันอยู่จำนวนไม่น้อยในแต่ละครั้งที่ออกตัวมา โดยประสบการณ์หลายปีจากผู้ที่ใช้งานจริงให้ความประทับใจในประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่อง ที่มีทั้งการออกแบบดีไซน์ เพิ่มความหรูหรา ไม่หยุดที่จะพัฒนาเครื่องแต่อย่างใด ใครที่สัมผัสเครื่องจริงแล้วจะโดนใจอยากได้จับจองเป็นเจ้าของกันอยู่ไม่ใช่น้อย ใครที่กำลังสนใจไอแพดรุ่นใหม่นี้ต้องมาดูข้อมูลก่อนการเลือกซื้อได้เลย ที่จะทำให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ข้อควรรู้ก่อนการเลือกซื้อ iPad Pro M1 12.9นิ้ว

iPad Pro M1 12.9นิ้ว

ข้อควรรู้ก่อนการตัดสินใจมาเลือกซื้อคือ เป็นรุ่นใหม่ที่มาแรงต่อเนื่องตลอดกาล โดยหน้าจอที่ใหญ่ที่มีความแตกต่างจากรุ่นเดิมที่ผ่านมา โดยตัวเครื่องหนามาขึ้นกว่าเดิมไม่มากเท่าไหร่นัก มีพอร์ตในการเชื่อมต่อที่ครบถ้วน มีการอัพเกรดสิ่งทันสมัยในเครื่องให้มีความรวดเร็ว มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีกล้องหน้าและหลังที่มีความละเอียดสูง คมชัด สามารถซูมได้เยอะ ในราคาที่เริ่มต้นอยู่ที่ 2 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น โดยอุปกรณ์เสริมต่างๆเราจะต้องซื้อเอง ถ้าหากว่าอยากได้คีย์บอร์ดเพิ่มจะคุ้มค่ามาก พิมพ์ได้ง่าย เครื่องประมวลผลไว 

iPad Pro M1 12.9นิ้ว

iPad Pro M1 12.9 นิ้วกับความทันสมัยที่ไม่มีใครเหมือน

ความทันสมัยที่มีความโดดเด่นที่น่าสนใจคือ มีหน่วยความจำที่จุโดนใจมาก มีหน้าจอกว้าง พกพาไปไหนได้สะดวก ใช้การทำงานตัดต่อได้คล่อง ไม่อืดหรือช้า ทำโปรแกรมต่างๆได้อย่างโดนใจ ที่วางจำหน่ายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 

iPad Pro M1 12.9นิ้ว

iPad Pro M1 12.9 นิ้วเป็นสินค้าที่มีความน่าสนใจ มีประสิทธิภาพการทำงานที่คุ้มค่า มีความทันสมัยที่ตอบโจทย์ต่อผู้ที่ใช้งานได้อย่างไม่มีขีดจำกัด มีฟังก์ชันเยอะ ใช้งานได้ตามต้องการไม่ว่าจะตัดต่อ นำเสนองาน และอื่นๆ และ viewbet24  เว็บใหม่ ที่เต็มไปด้วยทีมงานคุณภาพ และโปรโมชั่นดีๆมากมายอีกเพียบ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

LinkedIn ถูกแฮกรอบ 2 มีข้อมูลผู้ใช้หลุดกว่า 700 ล้านแอคเคาท์

LinkedIn

LinkedIn แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้านเครือข่ายธุรกิจยอดนิยมถูกแฮกเกอร์มือดีโจรกรรมข้อมูลเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทเคยถูกแฮกข้อมูลมาแล้วครั้งหนึ่ง จนมีข้อมูลผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านบัญชีถูกขโมยขายต่อ ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการถูกแฮกครั้งที่ 2 นี้ คาดว่ามีข้อมูลผู้ใช้หลุดออกไปกว่า 700 ล้านบัญชี หรือคิดเป็น 92% ของจำนวนบัญชีผู้ใช้ทั้งหมดในแพลตฟอร์มเลยทีเดียว

LinkedIn ถูกแฮกข้อมูลผู้ใช้ทั้งสิ้น 756 ล้านบัญชี 

LinkedIn

เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา LinkedIn แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้านเครือข่ายธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมถูกแฮกเกอร์นิรนามบุกเข้ามาขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้ไปได้มากกว่า 500 ล้านบัญชี ซึ่งในครั้งนั้นแฮกเกอร์รายนี้ได้เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้จำนวน 2 ล้านบัญชีลงบนอินเทอร์เน็ตเพื่อเป็นหลักฐานว่า ข้อมูลทั้งหมดเป็นของจริงที่ได้มาจากการแฮก ส่วนข้อมูลที่เหลือคาดกันว่าน่าจะถูกนำไปขายต่อยังตลาดมืดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าล่าสุด LinkedIn ได้ถูกแฮกอีกครั้ง โดยความเสียหายในรอบนี้เรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสกว่ารอบแรก เพราะมีข้อมูลผู้ใช้ถึง 756 ล้านบัญชีถูกขโมยไปจากเซิฟเวอร์ หรือคิดเป็น 92% ของบัญชีผู้ใช้ทั้งหมดเลยทีเดียว 

LinkedIn

เนื่องจาก LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มแห่งโลกโซเชียลมีเดียที่ต้องการจะเน้นสร้างเครือข่ายของการทำธุรกิจด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้นำประวัติส่วนตัว รวมถึงข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ มาลงไว้ในแพลตฟอร์มเพื่อหางานที่เหมาะสม หรือสร้างคอนเน็กชั่นใหม่ ๆ ทางธุรกิจ ทำให้ข้อมูลที่ผู้ใช้นำมาลงไว้ในระบบจึงเป็นข้อมูลจริงที่มีความน่าเชื่อถือสูง รวมทั้งข้อมูลส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน เช่น เพศ, อาชีพ, ภูมิหลังส่วนบุคคล, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่, เงินเดือนและรายได้ต่าง ๆ เป็นต้น แต่ก็ยังถือเป็นโชคดีที่ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีรหัสผ่านรวมอยู่ด้วย โดยคาดว่าแฮกเกอร์ที่ได้ข้อมูลเหล่านี้ไปจะนำข้อมูลไปขายยังตลาดมืดให้กับบริษัทที่ต้องการใช้ทำการตลาดต่ออีกทีหนึ่ง 

LinkedIn

ส่วนทางด้าน LinkedIn ก็ออกแถลงการ์ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ทีมงานของพวกเขากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด และจะพยายามหยุดยั้งแฮกเกอร์กลุ่มนี้ไม่ให้เจาะเข้ามาในระบบของบริษัทได้อีกเป็นครั้งที่ 3 และ สล็อตโจ๊กเกอร์ เกมคาสิโนออนไลน์ ที่รวบรวมเกมพนันมากมาย เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีเกมเดิมพันครบวงจร มีรางวัลใหญ่มากมาย ฝากอนง่าย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

มาร์คยิ้ม! Facebook หุ้นทะลุเพดานหลังชนะคดีผูกขาดโซเชียลมีเดีย

Facebook

Facebook ผู้ให้บริการสื่อโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ทะยานขึ้นมามีมูลค่าการตลาดแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

หลังจากที่ศาลสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐต่าง ๆ ที่ยื่นฟ้องบริษัทว่า กระทำผิดฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดด้วยการควบรวมกิจการ Instagram และ WhatsApp เมื่อปี 2012 และ 2014 ตามลำดับ

Facebook หุ้นพุ่งมากกว่า 4% หลังศาลยกคำร้อง 

Facebookของ “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” (Mark Zuckerberg) เป็นฝ่ายชนะคดีที่รัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกายื่นคำร้องกล่าวหาว่า บริษัทโซเชียลมีเดียแห่งนี้ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดด้วยการเข้าซื้อกิจการคู่แข่งที่มีขนาดเล็กกว่าอย่าง Instagram

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

และ WhatsApp เมื่อปี 2012 และ 2014 ด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท และ 19,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 600,000 ล้านบาท ตามลำดับ โดยผู้พิพากษา “เจมส์ เบาส์เบิร์ก” แห่งศาลแขวงกรุงวอชิงตัน ดีซี. มีคำตัดสินว่า คำร้องของคณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Federal Trade Commission) ที่กล่าวหาFacebook ว่า ผูกขาดโซเชียลมีเดียนั้น ไม่มีหลักฐานรองรับเพียงพอ

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

ทั้งนี้ คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก โดย หลังมีการอ่านคำตัดสินของศาลเมื่อวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของFacebook ก็พุ่งขึ้นมากกว่า 4% จนทำให้มูลค่าการตลาดของบริษัททะยานแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32 ล้านล้านบาท

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สำหรับกฎหมายต่อต้านการผูกขาด (Antitrust law) เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อใช้บังคับองค์กรทางธุรกิจ และบริษัท เพื่อสนับสนุนการแข่งขันที่เป็นธรรม (fair competition) เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

โดยกฎหมายที่บังคับใช้ในสหรัฐฯ มีด้วยกันหลายฉบับ โดยมีทั้งที่บังคับใช้ในระดับรัฐ (state) ไปจนถึงระดับรัฐบาลกลาง (federal) เช่น the Sherman Act 1890, the Clayton Act 1914 และ the Federal Trade Commission Act 1914  ส่วนในประเทศไทยก็มี “พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542” ที่ทำหน้าที่คล้ายกับ “กฎหมายต่อต้านการผูกขาด” แต่ไม่ทราบว่าเคยมีการนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้หรือไม่ หรือฟ้องร้องใครบ้าง และ jili slot ค่ายเกมสล็อต ลงทุนง่าย มีหลักร้อยก็เล่นได้ เว็บตรง เดิมพันสนุก ปลอดภัย เดิมพันง่าย รวยไว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

บริษัทApple เตรียมลงดาบเหล่ากูรูที่ชอบโพสต์ข่าวหลุดผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท

บริษัทApple

บริษัทApple บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ออกโรงขู่ดำเนินคดีกับบรรดากูรูไอทีที่ชอบแอบนำข้อมูลลับเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ของบริษัท

ออกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน กูรูไอทีชาวจีนที่รู้จักกันในชื่อ “Kang” โพสต์ข้อความบน Weibo ว่า ได้รับคำตอบจากApple ว่าให้เลิกโพสต์ข่าวหลุดผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ยังไม่ได้เปิดตัว ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุด

บริษัทApple เคยลงดาบวิศวกรหลังลูกสาวโพสต์คลิปหลุด iPhone X

Appleพยายามอย่างหนักในการป้องกันไม่ให้ข้อมูลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของบริษัท เล็ดรอดออกไปสู่สาธารณชนก่อนเวลาอันควร แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังคงมีข่าวหลุดทั้งรายละเอียด รูปภาพ หรือแม้แต่คลิปออกมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสินค้ายอดฮิตอย่าง iPhone รุ่นใหม่ หรือ MacBook รุ่นใหม่ ที่มักจะมีข่าวหลุดออกมาก่อนงานเปิดตัวเป็นเวลาหลายเดือน

บริษัท Apple

ส่งผลให้ล่าสุดทางApple ประกาศยกระดับการควบคุมข่าวหลุดเหล่านี้ขึ้นไปอีกขั้น โดยขู่ใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อเอาผิดบรรดากูรูที่แอบนำข้อมูลสินค้ารุ่นใหม่ของบริษัทออกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคนแรก ๆ ที่ได้รับคำเตือนนี้ก็คือ “Kang” กูรูชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของคะแนนความน่าเชื่อถือบนเว็บไซต์ AppleTrack ถึง 97.1% โดยเจ้าตัวออกมาโพสต์ใน Weibo ว่า ได้รับคำเตือนจาก Apple ว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย หากยังไม่เลิกเผยแพร่ข้อมูลสินค้ารุ่นใหม่ของบริษัท หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินค้าใหม่ที่ยังไม่เปิดตัว

บริษัท Apple

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Apple งัดไม้แข็งออกมาใช้กำราบพวกปากโป้งที่ชอบเผยแพร่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อปี 2017 ได้มีลูกสาวของวิศวกรรายหนึ่งในบริษัทออกมาเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับ iPhone X แบบละเอียดยิบก่อนที่จะถึงงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

บริษัท Apple

ซึ่งApple ก็ลงโทษถึงขั้นไล่วิศวกรรายนั้นออกในทันที  ทั้งนี้ ทางApple ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ และไม่มีการยืนยันว่า มีจดหมายเตือนจำนวนเท่าไหร่ที่ถูกส่งออกไปถึงบรรดากูรูทั้งหลาย ซึ่งทาง Kang ก็ยืนยันว่า เขาจะไม่เผยแพร่เนื้อหาที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในอนาคตอีกต่อไป และ slot555  เว็บเดิมพันออนไลน์ เดิมพันง่าย ได้เงินจริง ระบบเดิมพันที่ทันสมัย มีรางวัลมากมาย ฝากถอนรวดเร็ว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Windows 11 ยกเครื่องหน้าตาใหม่ พร้อมรองรับแอปฯ Android

Windows 11

Windows 11 ถือเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดของ Microsoft ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่

ที่เรียกได้ว่าออกจากกรอบเดิม ๆ ของ Windows มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และที่สำคัญก็คือ มันสามารถดาวน์โหลดและใช้งานแอปพลิเคชั่น Android ผ่านทาง Amazon Appstore ได้อีกด้วย 

Windows 11 เน้น UI โปร่งโล่ง ให้ผู้ใช้ออกแบบการใช้งานได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง

Windows 11มาพร้อมกับการยกเครื่องหน้าตาครั้งใหญ่ ไล่ตั้งแต่หน้าจอล็อก, Task Bar, Start Menu, ไอคอนต่าง ๆ รวมถึงธีม UI ที่มีความโมเดิร์นมากขึ้น หน้าต่างการแจ้งเตือนและปุ่มต่าง ๆ บน Task Bar มีการดีไซน์ใหม่ ย้ายมาอยู่ไว้ตรงกลางด้านล่างหน้าจอเพื่อง่ายต่อการเข้าถึง

Windows 11

เมื่อกดปุ่ม Start ที่เป็นรูปโลโก้ Microsoft จะปรากฎเมนูดีไซน์ใหม่ที่ตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงไฟล์เอกสารใน Microsoft 365 ที่เพิ่งเปิดดูได้ทันที  โดยผู้ใช้สามารถลากหน้าต่างเพื่อแบ่งหน้าจอด้วยฟีเจอร์ Snap Layouts

ที่มีรูปแบบให้เลือกมากกว่า 4 หน้าจอคล้ายกับใน Windows 10 นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถออกแบบหน้าเดสก์ทอปเพื่อใช้ในบริบทต่างกันได้ด้วย เช่น การเรียน, การทำงาน หรือส่วนตัว ซึ่งโปรแกรมหรือแอปฯ ต่าง ๆ บนหน้าจอจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามการตั้งค่าหน้าเดสก์ทอปนั้น ๆ 

Windows 11

นอกจากนี้ ฟีเจอร์เด็ดที่สร้างเสียงฮือฮาที่สุดสำหรับWindows 11 ก็คือ Microsoft Store ที่สามารถที่จะทำการดาวน์โหลดแอปต่าง ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีต่างกัน เช่น Win32, PWA, UWP, Canvas, Microsoft Teams, Visual Studio, Disney+, Adobe Creative Cloud, Zoom  ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอปฯ Android ผ่าน Amazon Appstore ที่สามารถปรับหน้าตาให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบอีกด้วย 

ส่วนเรื่องการใช้งานด้าน Gaming ของWindows 11 ก็ค่อนข้างหลากหลาย ไล่ตั้งแต่โหมด Auto HDR ช่วยให้ภาพของเกมมีความคมชัดยิ่งขึ้นกว่าใน Windows เวอร์ชั่นก่อน

Windows 11

รองรับขุมพลังทั้ง AMD, Intel หรือแม้แต่ Qualcomm ที่สามารถทำงานบนระบบปฏิบัติการนี้ได้ ในส่วนของ XBox Game Pass มีการจัดระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น และยังมีเกมให้เล่นมากขึ้น พร้อมภาพระดับ Auto HDR

สำหรับสเปกคอมพิวเตอร์เบื้องต้นที่รองรับWindows 11 ประกอบด้วย CPU Dual Core 1GHz แบบ 64Bit และ RAM 4GB ขึ้นไป มี HDD หรือ SSD ขนาด 64GB ขึ้นไป รองรับการ์ดจอที่เข้าถึง DirectX 12 และต้องรองรับ Microsoft Account ต่อเชื่อมกับอินเทอร์เน็ต และ slot333 เกมเดิมพันรูปแบบใหม่ ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เดิมพันสนุก เข้าใจง่าย มีเกมให้เดิมพันหลากหลาก มีโบนัสและรางวัลใหญ่มากมาย ฝากถอนรวดเร็ว

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

แบรนด์Amazon ผงาดขึ้นเบอร์ 1 มูลค่าสูงที่สุดในโลกประจำปี 2021

แบรนด์Amazon

แบรนด์Amazon กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกประจำปี 2021 เป็นที่เรียบร้อย จากการจัดอันดับโดย Kantar บริษัทวิจัยแบรนด์ระดับโลกซึ่งจัดให้แบรนด์ E-Commerce ยักษ์ใหญ่แดนมะกันนี้มีมูลค่าถึง 684,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 22 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว ขณะที่อันดับ 2 – 3 ตกเป็นของแบรนด์เพื่อนร่วมชาติอย่าง Apple และ Google นั่นเอง 

แบรนด์Amazon มีมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับปี 2020

แบรนด์Amazon

            ตามการเปิดเผยของ Kantar บริษัทวิจัยแบรนด์ระดับโลก ระบุว่า Amazon กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกประจำปี 2021 ด้วยมูลค่าถึง 684,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 22 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบกับมูลค่าบริษัทเมื่อปี 2020

โดยปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ E-Commerce ยักษ์ใหญ่แดนมะกันมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นขนาดนี้ก็เนื่องมาจากการประกาศ Take-over บริษัท MGM ผู้ผลิตภาพยนตร์แฟรนไชส์ดังอย่าง “James Bond” หรือ “007” ด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึง 8.45 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 2.6 แสนล้านบาท เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานั่นเอง

            นอกจาก Amazon แล้ว แบรนด์เทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาอีก 2 แบรนด์ ประกอบด้วย Apple และ Google ก็เข้าวินตามมาในอันดับ 2 และ 3 ด้วยมูลค่า 612,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 19.5 ล้านล้านบาท และ 458,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 14.5 ล้านล้านบาท

ตามลำดับ ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ก็มาแรงประจำปีนี้ไม่แพ้กัน เช่น Nvidia ที่ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 12 และ Qualcomm ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 37 ส่วนแบรนด์เทคโนโลยียอดฮิต และเว็ปที่น่าสนใจ สล็อตโจ๊กเกอร์

แบรนด์Amazon

จากประเทศเกาหลีใต้อย่าง Samsung นั้น อยู่ในอันดับที่ 42 ตามด้วยแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำอย่าง Tesla ในอันดับที่ 47 ขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง Huawei อยู่ในอันดับที่ 50

            แม้ว่า Amazon จะเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่ามากที่สุด แต่สำหรับแบรนด์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดประจำปี 2021 กลับตกเป็นของ Tesla ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มจากปี 2020 ถึง 275% ด้วยมูลค่ารวม 42,606 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ตามด้วยแอปฯ โซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง TikTok ที่เพิ่มขึ้นถึง 158% ด้วยมูลค่ารวม 43,516 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่แบรนด์ E-Commerce จากจีนอย่าง Pinduoduo ตามมาในอันดับ 3 ที่ 131% มูลค่ารวม 21,732 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่