Archives 2022

Dimensity 9000 แรงทะลุปรอท คะแนน Geekbench เหนือทุกค่าย ยกเว้น A15 Bionic

Dimensity 9000

Dimensity 9000 ชิปเซ็ตเรือธงระดับไฮเอนด์ของค่าย MediaTek ผู้ผลิตชิปเซ็ตยักษ์ใหญ่สัญชาติไต้หวัน ที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm เนื่องจากผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 4 นาโนเมตรด้วยกันทั้งคู่

แต่ชิป Dimensity มีข้อได้เปรียบตรงที่ราคาถูกกว่าเกือบสองเท่า  ล่าสุด มีคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพ Geekbench ของชิปรุ่นนี้ออกมาแล้ว ปรากฏว่ามันสามารถทำคะแนนแซงหน้าคู่แข่งทุกค่าย เป็นรองแค่เพียง A15 Bionic ของ Apple เท่านั้น 

Dimensity 9000 ทำคะแนน Geekbench ได้ 1,309 และ 4,546 แต้ม 

Dimensity 9000

หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมา ล่าสุดDimensity 9000 ชิปเซ็ตเรือธงของค่าย MediaTek ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 4 นาโนเมตร ก็ได้มีผลการทดสอบประสิทธิภาพ Geekbench เปิดเผยออกมาแล้ว ซึ่งคนที่ออกมาเปิดเผยคะแนนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแหล่งข่าวคนดังของวงการอย่าง Ice Universe นั่นเอง

โดยชิปรุ่นนี้สามารถทำคะแนนแบบ Single-Core ไปได้ถึง 1,309 คะแนน และแบบ Multi-Core ได้ถึง 4,546 คะแนน ซึ่งเหนือกว่าคู่แข่งอย่าง Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm ที่เป็นชิปขนาด 4 นาโนเมตรเหมือนกัน (แถมยังมีราคาถูกกว่าเกือบสองเท่า) และยังเหนือกว่าชิปที่อยู่ระดับใกล้เคียงกันอย่าง Samsung Exynos 2200 หรือ Google Tensor ที่ Google ลงทุนพัฒนาเองอีกด้วย

Dimensity 9000

ทั้งนี้ เจ้าDimensity 9000 เป็นรองแค่เพียงชิปเซ็ตระดับตำนานอย่าง A15 Bionic ของ Apple เท่านั้น โดย A15 Bionic กวาดคะแนนทดสอบแบบ Single-Core ไปได้ถึง 1,734 แต้ม และแบบ Multi-Core ได้ที่ 4,818 แต้ม ซึ่งถือว่าเยอะกว่าฝั่ง MediaTek พอสมควรเลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตาม ผลคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพ Geekbench หรือแอป Benchmark ต่าง ๆ ไม่สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดได้แบบ 100% ว่า ชิปประมวลผลรุ่นไหนดีกว่ารุ่นไหน

เพราะการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของชิปเซ็ตแต่ละตัว ทำให้บ่อยครั้งที่ผู้ใช้รู้สึกว่าชิปเซ็ตที่ได้ชื่อว่าแรงสุด ๆ พอใช้งานจริงกลับไม่ปรูดปร้าดอย่างที่คิด 

Dimensity 9000

ปัจจุบัน มีเพียง OPPO Find X5 Pro Dimensity Edition ที่เป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวที่มาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimensity 9000 ของ MediaTek นี้ และห้ามพลาด boss369 แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝาก-ถอน รวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เตรียมเปิดตัว Galaxy M53 5G พร้อมจอ AMOLED 120Hz ชิปเซ็ต Dimensity 900

Galaxy M53 5G

Galaxy M53 5G ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ในตระกูล M Series ของ Samsung ที่มาพร้อมสเปคจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 120Hz

รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้ชิปประมวลผล Dimensity 900 ของ MediaTek ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็ว 2.4GHz และกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 108MP พ่วงระบบกันสั่น OIS พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh รองรับระบบชาร์จไว 25W

 Galaxy M53 5G ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 900 และ RAM ขนาด 8GB

Galaxy M53 5G

Galaxy M53 5Gมาพร้อมดีไซน์การออกแบบที่ค่อนข้างคล้ายคลึกัง Galaxy M62 ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงปี 2021 ที่ผ่านมา ติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รองรับรีเฟรชเรท 120Hz หน้าจอด้านบนใช้ดีไซน์แบบเจาะรู (Infinity-O Display) สำหรับวางกล้องหน้า ครอบด้วยกระจกนิรภัย Corning Gorilla Glass 5 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง

ใช้ชิปประมวลผลรุ่นใหม่อย่าง Dimensity 900 ของ MediaTek ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีขนาด 6 นาโนเมตร ความเร็ว 2.4GHz และรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G จับคู่กับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Mali-G68 MC4

ใช้หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB (บางแหล่งบอก 6GB) และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB/256GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB) พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 25W

Galaxy M53 5G

ในส่วนของการถ่ายรูปGalaxy M53 5G มาพร้อมชุดกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 108MP พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP, กล้อง Macro ความละเอียด 2MP และ

กล้อง Depth ความละเอียด 2MP  ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 32MP  นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อทั้ง USB Type-C และ Bluetooth 5.1 

ทั้งนี้ทาง Samsung มีกำหนดการเปิดตัวGalaxy M53 5G ในวันที่ 17 มีนาคม พร้อมกับ Galaxy A Series รุ่นใหม่ โดยคาดกันว่าจะมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 450 – 480 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 14,700 – 15,700 บาท

Galaxy M53 5G

 ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไหร่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป

แต่คาดว่าหากมีการนำเข้ามาวางจำหน่าย ทาง Samsung อาจเปลี่ยนแปลงชิปเซ็ตจาก Dimensity 900 เป็น Exynos 1280 เหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอดนั่นเอง 

และอย่าพลาด Slotbkk เกมส์เดิมพัน สล็อตออนไลน์ อันดับ 1 เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย สมัครสมาชิกตอนนี้ รับโบนัสทันที

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดเรนเดอร์ Sony Xperia Ace III พร้อมจอ 5.5 นิ้ว ขุมพลัง Snapdragon 888

Sony Xperia Ace III

Sony Xperia Ace III ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์รุ่นใหม่ของค่าย Sony ที่มีข่าวลือว่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ ล่าสุด ได้มีการปล่อยภาพเรนเดอร์แรกของมือถือรุ่นนี้ออกมาให้ได้ชมกันแบบชัด ๆ แล้ว โดยมันมาพร้อมดีไซน์ตัวเครื่องแบบเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Sony แต่ฝาหลังจะใช้สีพาสเทลสดใส มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ส่วนสเปคเบื้องต้นคาดว่ามันจะมาพร้อมหน้าจอขนาดกะทัดรัดเพียง 5.5 นิ้ว และใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปของปีที่แล้วอย่าง Snapdragon 888 

Sony Xperia Ace III อาจมากับชิปเซ็ต Snapdragon 888 และ RAM ขนาด 6GB

Sony Xperia Ace III

เรียกได้ว่าถือเป็นปีทองของ Sony เลยก็ว่าได้ เพราะแม้จะเพิ่งเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่าง Xpeira 1 IV กับ Xperia 10 IV ไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดก็เตรียมที่จะเปิดตัวรุ่นต่อยอดอย่างSony Xperia Ace IIIแถมยังมีการปล่อยภาพเรนเดอร์แรกออกมาให้ได้ชมกันแบบ 360 องศา โดยจากภาพเผยให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องแบบเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Sony แต่ฝาหลังจะใช้สีพาสเทลสดใส หน้าจอด้านบนใช้ดีไซน์ทรงหยดน้ำสำหรับวางกล้องหน้าและมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง

Sony Xperia Ace III

ส่วนสเปคต่าง ๆ ของSony Xperia Ace III คาดว่าจะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาดกะทัดรัดเพียง 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD+ (720 x 1496 พิกเซล) บนอัตราส่วน 20:9 ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้ชิปประมวลผลตัวระดับเรือธงของปีที่แล้วอย่าง Qualcomm Snapdragon 888 ความเร็ว 2.99GHz ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 660  ใช้หน่วยความจำ RAM ขนาด 6GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB/256GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB) พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,500mAh  ส่วนชุดกล้องหลังคาดว่าจะมีแค่เลนส์เดียว ความละเอียด 13MP รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 2K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 8MP

Sony Xperia Ace III

ทั้งนี้ คาดกันว่าSony Xperia Ace III มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมิถุนายน ที่จะถึงนี้ ส่วนจะมีการวางจำหน่ายแบบ Global หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป  และขอแนะนำ king slot สล็อตคุณภาพ เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

หลุดภาพ Xiaomi 12 Ultra มาพร้อมกล้องหลังขนาดใหญ่และเซนเซอร์จาก Sony

Xiaomi 12 Ultra

Xiaomi 12 Ultra ว่าที่สมาร์ทโฟนตัวท็อปของตระกูล 12 Series ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ โดยล่าสุด สื่อไอทีชื่อดังต่างประเทศได้เปิดเผยภาพเรนเดอร์ของมือถือรุ่นนี้ที่มาพร้อมโมดูลกล้องหลังทรงกลมขนาดใหญ่เบิ้ม แถมยังมีข้อมูลว่ามันจะใช้เซนเซอร์ภาพรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง IMX8xx ของค่าย Sony อีกด้วย ส่วนเรื่องความละเอียดคาดว่าตัวกล้องหลัก จะอยู่ที่ 50MP เสริมด้วยกล้องอีก 2 ตัว ความละเอียดเท่ากันที่ 48MP

Xiaomi 12 Ultra อาจมาพร้อมชิป Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm

Xiaomi 12 Ultra

หลังจากที่ได้เปิดตัวมือถือในตระกูล 12 Series บางรุ่นไปแล้ว แต่ทาง Xiaomi ก็ยังมีสมาร์ทฟนเรือธงตัวท็อปอย่าง Xiaomi 12 Ultraอีกรุ่นหนึ่งที่ยังคงรอวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ล่าสุดเว็บไซต์ไอทีชื่อดังอย่าง Digital Chat Station ได้ออกมาเปิดเผยภาพเรนเดอร์เหมือนจริงของมือถือรุ่นนี้ เผยให้เห็นโมดูลกล้องหลังทรงกลมขนาดใหญ่ที่ว่ากันว่าจะติดตั้งกล้อง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 50MP ใช้เซนเซอร์รับภาพตัวใหม่ของ Sony อย่าง IMX8xx, กล้อง Telephoto ความละเอียด 48MP และกล้อง Ultrawide ความละเอียด 48MP ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่ามือถือรุ่นนี้ชูจุดเด่นเรื่องการถ่ายภาพอย่างจริงจัง

Xiaomi 12 Ultra

ในส่วนของสเปคอื่น ๆ คาดว่าXiaomi 12 Ultraจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K (1440 x 3200 พิกเซล) ครอบด้วยกระจก Corning Gorilla Glass Victus รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง ใช้ชิปประมวลผลตัวท็อปประจำปีนี้อย่าง Snapdraogn 8 Gen1 ของ Qualcomm ที่เป็นชิปขนาด 4 นาโนเมตร  พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,900mAh (บางแหล่งก็บอก 5,300mAh) รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวระดับ 120W ที่ทาง Xiaomi เคลมว่า

Xiaomi 12 Ultra

สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น  ทั้งนี้ Xiaomi 12 Ultraยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าหากไม่ใช่ช่วงกลางปี 2022 นี้ ก็อาจเป็นช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีแทน ส่วนราคาเปิดตัวนั้นยังไม่มีรายละเอียดออกมา แต่เชื่อว่าด้วยความเป็นมือถือตัวท็อป ทำให้ราคาน่าจะเปิดไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทอย่างแน่นอน และขอแนะนำ slot333 สล็อตคุณภาพ เล่นง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีวิวหูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP สุดทันสมัย ใช้งานได้ตอบโจทย์

หูฟังทรูไวร์เลส

หูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP เป็นหูฟังที่พร้อมจะมาตอบโจทย์ทุกความต้องการ ในแบรนด์นี้ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ ออกมาใหม่แล้วยังมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดจำหน่ายออกมาจากบริษัทอาร์ทีบี เทคโนโลยี ที่เน้นนำเข้าสินค้าที่มีคุณภาพเท่านั้น ที่ให้ผู้ใช้งานได้เพลินไปกับเสียงที่ไพเราะ มีความทรงพลัง ในรุ่นนี้มีการพัฒนาและปรับปรุงมาอยู่เสมอ จนทำให้เป็นหูฟังที่นิยมมากในสหรัฐอเมริกาในตอนนี้ ที่รับรองว่ามีสีที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แล้วยังสวมใส่สบายโดนใจ ที่อยู่ในภายใต้ของแบรนด์ JLab สุดทันสมัยในปัจจุบันนี้ ถ้าหากว่าใครกำลังหาหูฟังที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพเช่นนี้ ต้องไม่พลาดเป็นเจ้าของกัน 

ความน่าสนใจใน หูฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP

หูฟังทรูไวร์เลส

ในรุ่นนี้ที่ได้มาพร้อมกับสิ่งที่เป็นประสิทธิภาพ ด้วยแบตเตอรี่ที่ทรงพลังมาก เมื่อสวมใส่แล้วสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมงในแต่ละข้าง แล้วไม่พอเท่านั้น ยังสามารถที่จะชาร์จที่เคสได้มากอีก 24 ชั่วโมงแบบจัดเต็ม ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้ได้ต่อเนื่องรวมแล้วมากถึง 32 เปอร์เซ็นต์ ในการออกแบบมานั้น มีขนาดที่เล็ก สามารถพกพาได้ง่าย มีน้ำหนักที่เบาสบาย เพียงแค่ 3 กรัมกว่าๆเท่านั้น เมื่อใส่ไปแล้วสบายหู มีความกระชับมากยิ่งขึ้น จะมาพร้อมกับเคสชาร์จยูเอสบีเอ ไว้ในตัวเลย เพื่อให้สะดวกต่อการสื่อสาร สนทนา แล้วยังฟังเพลงได้ใสบายใจ มีประกันการใช้งานให้ถึง 2 ปี ในราคาเพียงแค่ 990 บาทเท่านั้น 

หูฟังทรูไวร์เลส

ฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP มีประสิทธิภาพโดนใจ

ในการใช้งานที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ มีโหมดต่างๆให้ได้ใช้กัน สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องมีการทำผ่านแอปพลิเคชั่น ในส่วนของผู้ใช้ สามารถแยกการใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านซ้ายหรือขวา มีไมโครโฟน เพื่อให้การสนทนาเป็นไปอย่างมีคุณภาพ แล้วยังป้องกันน้ำได้ด้วย 

หูฟังทรูไวร์เลส

ฟังทรูไวร์เลส JLab GO AIR POP เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ สำหรับใครที่ต้องการหาหูฟังที่ราคาถูก พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้งานเต็มที่แบบนี้ ต้องไม่พลาดกันแล้ว และขอแนะนำ star5566 แทงบอลออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา เล่นง่าย รวยไว คุ้มค่า มั่นคง และปลอดภัย 100% ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Starlink เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตในยูเครน ความเร็วแตะ 200Mbps

Starlink

Starlink โครงข่ายดาวเทียมปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายของบริษัท SpaceX ที่มีมหาเศรษฐีสายเกรียน “อีลอน มัสก์” (Elon Musk) เป็นเจ้าของ ได้เริ่มยิงสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมให้ผู้ใช้ในยูเครนได้ใช้งานแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีผู้ใช้งานที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ได้ทดสอบการใช้งานจริง ผลปรากฏว่า สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ได้รับมีความเร็วดาวน์โหลดทะลุ 200Mbps อย่างที่ อีลอน มัสก์ เคยประกาศไว้จริง ๆ 

Starlink ทำความเร็วอินเทอร์เน็ตเลี่ย 136.76Mbps สูงสุด 205Mbps 

Starlink

หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ทาง “อีลอน สก์” มหาเศรษฐีชาวอเมริกันก็ได้จัดส่งจานดาวเทียมรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากดาวเทียมStarlink ของบริษัท SpaceX ให้แก่ทางยูเครน เพื่อให้ประชาชนชาวยูเครนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แม้สายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบปกติจะถูกทางรัสเซียทำลายก็ตาม

  ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้มีโปรแกรมเมอร์ชาวยูเครนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ได้โพสต์คลิปการทดสอบใช้งานอินเทอร์เน็ต  ปรากฏว่า สามารถทำความเร็วดาวน์โหลดได้เฉลี่ย 136.75Mbps แต่หลังจากได้มีการติดตั้งตัวรับสัญญาณเพิ่มเติม ความเร็วก็เพิ่มขึ้นเป็น 205Mbps

Starlink

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานบางส่วนก็ติงว่าStarlink ยังมีค่าปิงสูงกว่าที่เคยเคลมไว้พอสมควร เพราะจากการทดสอบครั้งแรกได้ 77 มิลลิวินาที แต่ครั้งถัดมาได้ 75 มิลลิวินาที แต่ผู้ใช้งานอีกส่วนหนึ่งก็ออกมาแจงว่า เป็นเพราะช่องสัญญาณดาวเทียมถูกรบกวนจากทางรัสเซีย

ซึ่งการที่สามารถรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้แรงขนาดนี้ก็คือว่าสุดยอดมากแล้ว  ส่วนทาง SpaceX ก็ได้ออกมาเตือนว่า กองทัพรัสเซียอาจโจมตีใครก็ตามที่มีตัวรับสัญญาณดาวเทียมStarlink เพราะเป็นระบบการสื่อสารระบบเดียวที่ไม่ใช่ของรัสเซียที่ยังทำงานได้อยู่ในยูเครน ฉะนั้นจึงควรใช้งานเมื่อถึงคราวจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

Starlink

ปัจจุบันStarlink มีผู้ใช้งานทั่วโลกรวมกันราว 145,000 คน โดยเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคา ที่ผ่านมา มีอัตราค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่ 99 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,250 บาท และมีแพ็กเกจแบบพรีเมียมที่ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด ราคา 500 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 16,400 บาทต่อเดือน และอย่าพลาด  uf99999 เว็บเดิมพันคุณภาพ เดิมพันง่าย รวยไว มีรางวัลมากมาย ฝากถอนง่าย ปลอดภัยแน่นอน

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen แท็บเล็ตจอ 10.61 นิ้ว ขุมพลัง Snapdragon 680

Lenovo

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen เเท็บเล็ตรุ่นต่อยอดความสำเร็จของLenovo Tab M10 Plus 2nd Gen ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2021 โดยคราวนี้มันมาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเป็น 10.61 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 60Hz 

ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 680 ของ Qualcomm ติดตั้งลำโพงถึง 4 ตัว รองรับระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 7,700mAh ที่ทางLenovo เคลมว่าสามารถรับชมคอนเทนต์สตรีมมิ่งอย่าง Netflix ได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง เลยทีเดียว 

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 12 

Lenovo

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 10.61 นิ้ว (รุ่นก่อนขนาด 10.30 นิ้ว) ความละเอียด Full HD+ (2000 x 1200 พิกเซล) รองรับรีเฟรชเรท 60Hz ปรับความสว่างสูงสุด 400nits

รองรับมาตรฐานถนอมสายตา TÜV Rheinland และยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาLenovo Precision Pen 2 ที่รองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ แบบเดียวกับใน Tab P11 และ P11 Pro ได้ด้วย

  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่สามารถอัพเดตเป็น Android 13 ได้ในอนาคต ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 680 ของ Qualcomm ขนาด 6 นาโนเมตร

ความเร็ว 2.4GHz  ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB/6GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB)

Lenovo

พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 7,700mAh ที่ทางLenovo เคลมว่าสามารถรับชมสตรีมมิ่งคอนเทนต์บน Netflix, Amazon Prime หรือ Disney+ ได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จไว 10W ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 2.0

นอกจากนี้Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen ยังมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 8MP + ไฟแฟลช LED และกล้องหน้าความละเอียด 8MP  ตัวเครื่องติดตั้งลำโพงถึง 4 ตัว และระบบเสียงแบบจัดเต็มด้วย Dolby Atmos พร้อมระบบความปลอดภัยแบบสแกนใบหน้า 

สำหรับLenovo Tab M10 Plus 3rd Gen จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซนยุโรป ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่

Lenovo

สีฟ้า (Frost Blue) และสีเทา (Storm Grey) ส่วนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 279 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9,100 บาท (ราคาไม่รวมภาษี) ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราหรือไม่นั้น ต้องติดตามกันต่อไป  และขอแนะนำ ufabet star5566 เว็บเดิมพันคุณภาพ เล่นง่าย มีรางวัลมากมาย รวยไว ฝากถอนสะดวก สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

ยิ้ม แซงหน้า Qualcomm ขึ้นแท่นผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งในสหรัฐฯ

MediaTek

MediaTek ค่ายผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่สัญชาติไต้หวัน ได้แซงหน้าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Qualcomm ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในแง่ด้านแบ่งการตลาดชิปประมวลมือถือระบบ Android ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากตัวเลขตลาดส่วนแบ่งการตลาดวงการชิปเซ็ตช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021 ที่ผ่านมา พบว่า แบรนด์ดังจากไต้หวันครอบส่วนแบ่งในแดนมะกันไปถึง 48.1% ขณะที่แบรนด์เจ้าถิ่นอย่าง Qualcomm กลับแพ้คาบ้านด้วยการมีส่วนแบ่งเพียง 43.9% เท่านั้น

MediaTek เป็นขวัญใจมือถือระดับกลางในสหรัฐฯ

MediaTek

หากย้อนไปเมื่อช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ค่ายผู้ผลิตชิปเซ็ตมือถืออย่างMediaTek มักจะถูกปรามาสว่าสู้คู่แข่งอย่าง Qualcomm ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเทคโนโลยีการผลิตและประสิทธิภาพของชิปเซ็ต แต่ในช่วง 1 – 2 ปีมานี้ แบรนด์ดังจากไต้หวันเริ่มขยับขึ้นมาครองส่วนแบ่งการตลาดชิปเซ็ตสมาร์ทโฟน Android มากขึ้น จนสื่อหลายสำนักยกให้เป็นแบรนด์เบอร์หนึ่งในตลาดชิปเซ็ตโลกแซงหน้า Qualcomm เป็นที่เรียบร้อย

แถมล่าสุด International Data Corporation (IDC) ยังได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขตลาดชิปเซ็ตในสหรัฐอเมริกา ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎว่า บริษัทจากไต้หวันแห่งนี้สามารถบุกมาโค่น Qualcomm ถึงหลังบ้านด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดชิปเซ็ตมือถือ Android มากที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่ 48.1%

MediaTek

ขณะที่เจ้าถิ่นอย่าง Qualcomm หล่นมาอยู่อันดับ 2 ที่ส่วนแบ่งเพียง 43.9% ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่MediaTek บุกมาโค่น Qualcomm ถึงบ้านเกิด

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้MediaTek สามารถโค่น Qualcomm ในตลาดชิปเซ็ตสหรัฐฯ ได้สำเร็จก็มาจากเหล่ามือถือระดับกลางที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่ว่าจะเป็น Moto G Pure, Galaxy A32, Galaxy A12 เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เลือกใช้ชิปเซ็ตจากค่ายไต้หวันแทบทั้งสิ้น

MediaTek

  อย่างไรก็ตาม ในส่วนของส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาตลอดทั้งปี 2021 นั้น แชมป์ยังคงเป็นของ Qualcomm เหมือนเดิม แต่นี่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า Qualcomm ไม่ใช่เจ้าตลาดเพียงเจ้าเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มชิปเซ็ตระดับกลางที่มือถือหลายรุ่นต่างเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งมากกว่า และอย่าพลาด sa gaming เว็บตรง คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝากถอนรวดเร็ว ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว vivo Y33s 5G มือถือ 5G แบตอึด 5,000mAh ในราคาไม่ถึง 7,000 บาท

vivo Y33s 5G

vivo Y33s 5G สมาร์ทโฟนรองรับ 5G รุ่นเริ่มต้นที่เป็นการอัพเกรดจากตัวvivo Y33s รุ่นเก่าที่วางจำหน่ายไปเมื่อช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมา โดยคราวนี้มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.51 นิ้ว

ความละเอียด HD+ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง มีความจุของพื้นที่เก็บข้อมูลภายในอยู่ที่ 128GB แถมยังรองรับ microSD สูงสุดถึง 1TB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 18W 

vivo Y33s 5G ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 700 และ RAM ขนาดสูงสุด 8GB

vivo Y33s 5G

หลังจากที่vivo Y33s รุ่น 4G วางจำหน่ายในประเทศไทยไปตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ปี 2021 ล่าสุดทาง vivo ก็ได้นำมือถือรุ่นนี้มายกเครื่องใหม่ให้รองรับการใช้งาน 5G ภายใต้ชื่อรุ่นvivo Y33s 5G

โดยมาพร้อมหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาดเล็กลงจากเดิมมาอยู่ที่ 6.51 นิ้ว (รุ่น 4G ขนาด 6.58 นิ้ว) ความละเอียด HD+ ใช้ดีไซน์หน้าจอทรงหยดน้ำสำหรับวางกล้องหน้าเหมือนเดิม  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง

ครอบด้วย OriginOS Ocean ใช้ชิปประมวลผล Dimensity 700 ของ MediaTek ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 7 นาโนเมตร ความเร็ว 2.2GHz (รุ่น 4G ใช้ชิป MediaTek Helio G80) ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ที่มีเลือก 3 ขนาด ได้แก่

4GB/6GB/8GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 2.1 ความจุ 128GB ที่รองรับ microSD สูงสุดถึง 1TB  พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 18W ผ่านพอร์ต USB Type-C

vivo Y33s 5G

ในส่วนของการถ่ายรูปvivo Y33s 5G มีกล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 13MP+2MP และกล้องหน้าความละเอียด 8MP โดยมีโหมดถ่ายภาพกลางคืนและรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD (1080p) ที่ 30 เฟรมต่อวินาทีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

สำหรับvivo Y33s 5G วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีน โดยมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีฟ้า (Blue) และสีชมพู (Gradient) ส่วนราคาแบ่งตามขนาด RAM ได้แก่ 

4GB/128 GB ราคา 1,299 หยวน หรือประมาณ 6,700 บาท

6GB/128 GB ราคา 1,399 หยวน หรือประมาณ 7,200 บาท

8GB/128 GB ราคา 1,599 หยวน หรือประมาณ 8,200 บาท  ส่วนจะมีการวางจำหน่ายแบบ Global เหมือน vivo Y33s รุ่น 4G หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป

vivo Y33s 5G

และห้ามพลาด betclic88 ทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจของการแทงบอล เดิมพันง่าย ได้เงินจริง มีรางวัลมากมาย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Honor Magic4 Pro สเปคจัดเต็มด้วยจอ LTPO 120Hz ชิป Snapdragon 8 Gen 1

Honor Magic4 Pro

Honor Magic4 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดโลกแบบเต็มขั้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมันมาพร้อมหน้าจอขอบโค้งแบบ LTPO OLED รีเฟรชเรทลื่น ๆ 120Hz  ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตตัวท็อปอย่าง Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm จับคู่กับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาดสูงสุด 12GB ใช้ชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 50MP พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,600mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 100W ทั้งแบบมีสายและไร้สาย 

Honor Magic4 Pro รันบนระบบ Android 12 ครอบด้วย Magic UI 6

Honor Magic4 Pro

หลังจากแยกตัวจากบริษัทแม่อย่าง Huawei มาได้พักใหญ่ ๆ Honorก็กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมเบอร์ต้น ๆ ของจีนอย่างรวดเร็ว แถมล่าสุดยังเดินหน้าลุยตลาดโลกแบบเต็มสูบด้วยการเปิดตัวHonor Magic4 Proมือถือเรือธงรุ่นใหม่ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยมันมาพร้อมหน้าจอขอบโค้งแบบ LTPO OLED ขนาด 6.81 นิ้ว ความคมชัด 2848 x 1312 พิกเซล รองรับรีเฟรชเรท 120Hz และการแสดงภาพ HDR10+ ครอบด้วยกระจก Aluminosilicate Glass รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบด้วย Magic UI 6 ใช้ชิปประมวลผลระดับไฮเอนด์อย่าง Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาดสูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 3.1 ความจุสูงสุด 512GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,600mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวถึง 100W ทั้งแบบมีสายและไร้สาย ซึ่งทาง Honor เคลมว่าสามารถชาร์จแบตเต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

Honor Magic4 Pro

ในส่วนของการถ่ายรูปHonor Magic4 Pro มาพร้อมชุดกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลังความละเอียด 50MP, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP และกล้อง periscope ซูม Optical 3.5x เสริมด้วยเซนเซอร์ ToF  สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 12MP มุมกว้าง 100 องศา พร้อมเซนเซอร์วัดระยะแบบสามมิติ  นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีคุณสมบัติกันน้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาทีอีกด้วย 

Honor Magic4 Pro

สำหรับHonor Magic4 Pro เปิดราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,099 ยูโร หรือประมาณ 40,xxx บาท โดยมีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซนยุโรปเร็ว ๆ นี้ ส่วนการวางจำหน่ายในภูมิภาคอื่นนั้น ยังต้องติดตามกันต่อไป และห้ามพลาด sa gaming เว็บตรง  คาสิโนออนไลน์คุณภาพ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย เล่นได้ทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่