เปิดตัว Mibro Lite สมาร์ทวอทช์จอ AMOLED กันน้ำ IP68

Mibro Lite

Mibro Lite สมาร์ทวอทช์ที่ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีการจัดเต็มกันมาแต่จำนวนของราคาน่าคบหาของแบรนด์Mibro ที่เป็นหนึ่งในแบรนด์ลูกของเจ้าพ่อวงการไอทีแดนมังกรอย่าง Xiaomi โดยมันมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว

ความละเอียดระดับ HD ครอบด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D อัดแน่นด้วยตัวของเซ็นเซอร์สำหรับทางด้านของสายที่รักษาสุขภาพ รวมถึงสิ่งที่เป็นตัวเซ็นเซอร์ตรวจจับอ็อกซิเจนในเลือด พร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 อีกด้วย

Mibro Lite มีโหมดออกกำลังกายให้เลือกถึง 15 โหมด

Mibro Lite

Mibro หนึ่งในแบรนด์ลูกของ Xiaomi ได้เปิดตัวMibro Liteสมาร์ทวอทช์สเปคจัดเต็ม แต่ราคาประหยัดที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD ที่ให้สีสันและความสว่างมากพอสำหรับการใช้งานกลางแดด ครอบด้วยกระจกของโค้ง 2.5D แข็งแรงทนทาน ฉาบด้วยสารกันรอยนิ้วมือ ตัวเรือนมีความหนาเพียง 9.88 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวมเพียง 48 กรัม พร้อมแบตเตอรี่ความจุ  230mAh ที่ทางผู้ผลิตเคลมว่าสามารถใช้งานในโหมดปกติได้ยาวนานสูงสุด 8 – 10 วันต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง 

ในส่วนของการใช้งานนั้นน่าจะถูกใจสายสุขภาพ เพราะมีตัวของโหมดที่เป็นสิ่งที่ออกกำลังกายให้ได้ทำการเลือกถึง 15 โหมด ไม่ว่าจะเป็น วิ่งบนลู่วิ่งอัตโนมัติ, วิ่งกลางแจ้ง, เดิน, โยคะ, ปั่นจักรยาน, เทนนิส, ฟุตบอล, แบดมินตัน ฯลฯ พร้อมตัวของเซ็นเซอร์ที่เป็นการตรวจจับในส่วนของอัตราการเต้นของทางด้านห้องหัวใจที่มันนั้นสามารถที่จะทำการแจ้งเตือนอาการหัวใจเต้นผิดปกติได้อย่างแม่นยำ 

Mibro Lite

นอกจากนี้Mibro Lite ยังมีเซ็นเซอร์ SpO2 สำหรับที่จะทำการตรวจของการวัดระดับที่เป็นอ็อกซิเจนในเลือด, ตรวจจับเกี่ยวกับความเครียด, ตรวจวัดเรื่องของคุณภาพในการนอนหลับ

ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกเอาไว้ให้เราดูได้อย่างละเอียดว่าควรปรับปรุงตรงจุดไหน เพื่อช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ยังผ่านการรับรองมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ที่สามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที สามารถป้องกันน้ำฝน หรือใส่ล้างมือได้หายห่วง (แต่ไม่เหมาะกับการใส่ว่ายน้ำ)

Mibro Lite

สำหรับMibro Liteวางจำหน่ายแล้วใน AliExpress สนนราคาอยู่ที่ 2,xxx บาท โดยมีสายรัดข้อมือแบบต่าง ๆ ให้เลือกด้วยในราคา 2,xxx บาท และ Joker Slot แหล่งรวบรวมความสนุกสนาน เล่นง่าย เงินรางวัลสูง ปลอดภัย ไม่ควรพลาด 2021 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Xiaomi Watch Color 2 หน้าจอ AMOLED พร้อมคุณสมบัติกันน้ำ 5ATM

Xiaomi Watch Color 2

Xiaomi Watch Color 2 สมาร์ทวอทช์สายสุขภาพรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมฟีเจอร์การออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพครบครัน พร้อมอัพเกรดสเปคแบบจัดเต็มมากกว่ารุ่นก่อนหลายรายการ

ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว แบตเตอรี่ขนาด 470 mAh ที่ทาง Xiaomi เคลมว่าสามารถใช้งานได้แบบต่อเนื่องนานสูงสุดถึง 12 วัน แถมยังรองรับคุณสมบัติที่เป็นส่วนของการกันน้ำ 5ATM อีกด้วย

Xiaomi Watch Color 2 มีระบบตรวจจับอ็อกซิเจนในเลือดและตรวจจับชีพจร 24 ชม.

Xiaomi Watch Color 2

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2020 ค่าย Xiaomi ได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์สำหรับสายสุขภาพอย่าง Watch Color รุ่นแรกออกสู่ตลาด ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับในทางบวก ทำให้ล่าสุด นาย “เหลย จุน” (Lei Jun) ซีอีโอของ Xiaomi ได้โพสต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านบัญชี Weibo ส่วนตัว นั่นคือXiaomi Watch Color 2ที่มาพร้อมการอัพเกรดสเปคจากรุ่นก่อนหลายรายการ

ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมจาก 1.39 นิ้ว เป็น 1.43 นิ้ว มีความหนาแน่นของเม็ดพิกเซลต่อตารางนิ้วอยู่ที่ 326 PPI ซึ่งถือว่าแสดงผลได้ละเอียดและเนียนตาพอสมควร

รองรับอัตรารีเฟรชเรท 60Hz ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 470 mAh ที่ Xiaomi เคลมว่าสามารถที่จะทำการใช้งานได้ต่อเนื่องนานสูงสุดถึง 12 วัน  รวมถึงรองรับของสิ่งที่เป็นมาตรฐานของการที่ได้กันน้ำระดับ 5ATM ซึ่งมากพอที่จะใส่ลงไปว่ายน้ำได้ลึกถึง 50 เมตรเลยทีเดียว

Xiaomi Watch Color 2

นอกจากนี้Xiaomi Watch Color 2 ยังได้มีการมาพร้อมกันตัวของโหมดที่จะทำการใช้งานสำหรับที่จะเป็นออกำลังกายกันที่มากถึง 117 โหมด เช่น เซ็นเซอร์ที่เป็นการตรวจจับของอ็อกซิเจนในระบบเลือด, เซ็นเซอร์ตรวจจับของทางด้านชีพจรแบบ 24 ชั่วโมง และเซ็นเซอร์ตรวจจับคุณภาพการนอนหลับ รองรับการคุยโทรศัพท์โดยเชื่อมกับมือถือผ่านบลูทูธ รวมถึงยังรองรับการใช้งานแบบ Third Party ได้ด้วย ทั้งนี้Xiaomi Watch Color 2 มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศจีนวันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน ที่จะถึงนี้

โดยมีราคาเปิดตัวแพงกว่า Watch Color 1 อยู่ที่ 999 หยวน หรือประมาณ 5,200 บาท ขณะที่รุ่นแรกมีราคาเปิดตัวที่ 799 หยวน หรือประมาณ 4,160 บาท

Xiaomi Watch Color 2

ซึ่งตอนนี้ทาง Xiaomi ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าจะมีการส่งสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้ออกมาทำตลาดนอกประเทศจีนหรือไม่ และ 356bet เว็บไซต์พนันออนไลน์ชั้นนำ ที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ว่าดีที่สุดในตอนนี้ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ได้เงินจริง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

ดังทั่วโลกแล้วกับสุดยอด สมาร์ทวอทช์ Zepp E

สมาร์ทวอทช์ Zepp E

สมาร์ทวอทช์  Zepp E เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เป็นแบรนด์ดังทั่วไประดับโลกที่มีคนรู้จักกันอย่างมาก ยอดขายในการสั่งซื้อถล่มทลายจำนวนมาก โดยติดอันดับที่ 4 ของโลกที่ยอดนิยมในขณะนี้ โดยเหมาะสำหรับการพกพาไปในสถานที่ต่างๆ ใช้งานได้จริง ที่ขายสินค้าได้เป็นล้านเครื่องในช่วงของไตรมาสแรก

โดยการเติบโตในยอดขายเกินครึ่ง เป็นสินค้าที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่ตะให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ ใช้งานได้ครอบคลุม โดยเป็นสำหรับของผู้ใหญ่ ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เป็นที่ชื่นชอบ สุดคุ้มแน่เมื่อซื้อมาใช้แล้ว ใครที่กำลังมองหาสินค้าในราคาไม่แพง ใช้งานได้ยาวนาน มีรีวิวในโลกออนไลน์จำนวนมากมาดูกันว่าจะดีจริงอย่างที่กล่าวกันไว้หรือไม่ มาสัมผัสได้จากรายละเอียดที่จะนำเสนอได้เลย

ความน่าสนใจก่อนการเลือกซื้อ สมาร์ทวอทช์ Zepp E

 สมาร์ทวอทช์ Zepp E

ความน่าสนใจที่อยากให้ได้ซื้อมาใช้งานกันคือตัวเครื่องมีการออกแบบสวย มีทั้งเป็นแบบหน้าปัดกลม และเป็นแบบสี่เหลี่ยม สามารถกันน้ำได้ด้วย ความละเอียดของจอสูง มีความหนาแน่นที่ดี แบตเตอรี่ใช้งานได้เป็นครึ่งเดือน มีสายแบบยาง โลหะ หนัง โดยตัวเรือนมีการทำด้วยสแตนเลสสตีลที่ทนทนมาก มีระบบเซนเซอร์ มีน้ำหนักเบา ใส่สบาย ชาร์จเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น อุปกรณ์ที่มาในกล่องให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นคู่มือ ตัวเครื่อง สายชาร์จ 

สมาร์ทวอทช์ Zepp Eใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

 สมาร์ทวอทช์ Zepp E

การใช้งานง่ายที่รองรับทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์ ใครที่ดูแลสุขภาพตนเองต้องซื้อมาใช้งานแล้ว  มีการจับอัตราการเต้นของหัวใจ ออกซิเจนในเลือดได้ การนอน และอีกหลายฟังก์ชัน แต่ว่าจะไม่สามารถลงแอพพลิเคชั่นอื่นได้เพิ่มแล้ว 

 สมาร์ทวอทช์ Zepp E

สมาร์ทวอทช์ Zepp Eสินค้าที่มีคุณภาพเหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการใช้งาน โดยมีประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องสูง ใช้งานได้อย่างครอบคลม น้ำหนักเบา การออกแบบดีไซน์สวยหรูหรา ใส่ทน มีฟังก์ชันลูกเล่นเยอะ ใช้ได้จริง อายุแบตเตอรี่ยาวนานเกิน 15 วัน เชื่อมข้อมูลได้ผ่านแอพพลิเคชั่นได้สะดวก ใครสนใจต้องซื้อมาใช้งานกันแล้ว และ ufabet88888 เว็บเดิมพันกีฬาที่ให้บริการโดยตรง ปลอดภัย 100% เดิมพันง่าย เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีเกมเดิมพันหลากหลาย ฝากถอนง่าย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว OnePlus Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของค่าย OnePlus

OnePlus Watch

OnePlus Watch ถูกพูดถึงอย่างมากก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของค่ายOnePlus ทำให้มีข่าวลือต่าง ๆ หลุดออกมากมาย จนกระทังได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อคืนวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา

ภายในงานอีเวนท์ใหญ่ประจำปีOnePlus ซึ่งนอกจากตัวเอกของงานที่เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างOnePlus 9 และOnePlus 9 Pro แล้วOnePlus Watch ก็ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย

OnePlus Watch มาพร้อมหน้าจอ AMOLED และฟีเจอร์กันน้ำและฝุ่น

OnePlus Watchถือเป็นนาฬิกาอัจฉริยะหรือ “สมาร์ทวอทช์” รุ่นแรกของค่าย OnePlus โดยตัวเรือนผลิตจากวัสดุประเภทสแตนเลสสตีลทรงกลมขนาด 46 มิลลิเมตร พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว (326ppi) ครอบทับด้วยกระจกแซฟไฟร์ มีปุ่มควบคุมแบบสัมผัสบริเวณด้านขวาสองปุ่ม

OnePlus Watch

ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานนั้นOnePlus Watch สามารถรองรับกิจกรรมออกกำลังกายและการเล่นกีฬามากกว่า 110 ชนิด รวมถึงรองรับว่ายน้ำด้วยคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ 5ATM + IP68 ที่ป้องกันแรงดันน้ำในความลึกระดับ 50 เมตร

OnePlus Watch

และสามารถป้องกันการแทรกซึมของฝุ่นและน้ำได้แบบถาวร พร้อมเซนเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด, ระยะเวลาการวิ่ง, ระยะทาง, การเผาผลาญแคลอรี่ และข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมายตามชนิดกีฬาที่เลือก รวมทั้งตรวจวัดการนอนหลับได้อีกด้วย   นอกจากนี้OnePlus Watchยังรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi, Bluetooth และ GPS พร้อม RAM ขนาด 1GB และเมมโมรี่ภายในขนาด 4GB ซึ่งทาง OnePlus อ้างว่าสามารถเก็บเพลงในเมมโมรี่ได้มากถึง 500 เพลงเลยทีเดียว 

OnePlus Watch

ขับเคลื่อนการทำงานโดยระบบปฏิบัติการOnePlus Watch OS สามารถควบคุม TV ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android เหมือนกันได้ เช่น เมื่อเซนเซอร์ของนาฬิกาตรวจจับการนอนหลับของผู้ใช้งาน ตัวนาฬิกาก็จะสั่งปิด TV แบบอัตโนมัติ เป็นต้น  สำหรับเจ้าOnePlus Watchมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 สี คือ สีเงิน และ สีดำ สนนราคาในต่างประเทศอยู่ที่ 159 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 5,000 บาท โดยมีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 14 เมษายนนี้  นอกจากนี้ทางOnePlus ยังมีแผนจะเปิดตัวรุ่น Cobalt Limited Edition ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษที่มีสีทองในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่