เปิดตัว Ray-Ban Stories แว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรกจาก Facebook

Ray-Ban Stories

Ray-Ban Stories แว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรกของ Facebook ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Facebook กับ EssilorLuxottica บริษัทที่เป็นผู้ผลิตของตัวแว่นตาRay-Ban

โดยมันมาพร้อมเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง หรือ “AR” (Augmented Reality) ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถที่จะทำการรับสายของโทรศัพท์, ถ่ายภาพ หรือที่เป็นคลิปวิดีโอ และโพสต์ลงบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ของ Facebook ได้ทันที

Ray-Ban Stories รับคำสั่งถ่ายภาพด้วยเสียงของผู้ใช้

 Ray-Ban Stories

Ray-Ban Storiesเป็นแว่นตาอัจฉริยะที่ Facebook ร่วมกันพัฒนากับ EssilorLuxottica บริษัทที่เป็นผู้ผลิตของตัวแว่นตาRay-Ban ที่มาพร้อมเทคโนโลยี VR (Augmented Reality) สุดล้ำ และระบบผู้ช่วยเสมือนจริงที่สามารถรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้ได้ ช่วยให้ผู้ใช้นั้นสามารถที่จะทำการรับสายของโทรศัพท์, ฟังเพลง หรือแม้แต่จะเป็นถ่ายภาพ/คลิปวิดีโอสั้น ๆ

เพื่อโพสต์ลงบนเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ของ Facebook ได้ทันที โดยตัวแว่นตาจะมีไฟ LED แสดงให้กับทางของคนอื่น ๆ นั้นเห็นว่าทางด้านผู้ใช้นั้นกำลังที่จะทำการบันทึกภาพหรือตัววิดีโออยู่ ส่วนเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แว่นตารุ่นนี้ ทาง Facebook ยืนยันว่า บริษัจจะไม่สามารถที่จะเข้าถึงในส่วนของข้อมูลทางด้านผู้ใช้แว่นตานั้นหากเขาไม่ได้ทำการรับอนุญาต โดยรูปภาพหรือคลิปวิดีโอส่วนตัวที่ถ่ายผ่านแว่นตาตัวนี้จะถูกจัดเก็บไว้ในแอปพลิเคชั่น Facebook View ซึ่งจะไม่มีลิงค์โฆษณาขึ้นมารบกวนแต่อย่างใด 

 Ray-Ban Stories

อย่างไรก็ตาม Facebook ได้แนะนำของทางด้านผู้ใช้แว่นRay-Ban Stories ให้มีได้มีความรู้สำนึกของการรับผิดชอบนั้นต่อของสังคมทุกครั้งเมื่อใช้อุปกรณ์นี้  โดยเฉพาะการบันทึกภาพหรือคลิปวิดีโอที่เกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมาย หรือบันทึกภาพที่มีข้อมูลความลับต่าง ๆ เป็นต้น  ส่วนทางด้าน “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” (Mark Zuckerberg) ผู้บริหารคนดังของ Facebook ได้ออกมาระบุในเพจของเขาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมาว่า แว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้จะกลายเป็นส่วนสำคัญของการสร้างแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสังคมออนไลน์ในอนาคตอันใกล้

Facebook มีแผนจะวางจำหน่ายแว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้ในเร็ว ๆ นี้ โดยคาดว่าสนนราคาอยู่ที่ 299 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9,200 บาท (ไม่รวมภาษี)

 Ray-Ban Stories

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Facebook มีรายได้ส่วนใหญ่จาก “โฆษณา” บนแพลตฟอร์ม แต่การเกิดขึ้นของสื่อโซเชียลมีเดียใหม่ ๆ ใสช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ Facebook จำเป็นต้องมองหาการลงทุนใหม่ ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ การลงทุนกับเทคโนโลยี VR และ AR โดย Facebook ประสบความสำเร็จอย่างมากในการพัฒนาอุปกรณ์แว่นตา Oculus VR และอย่าพลาด JOKER168 สล็อตออนไลน์น่าสนใจประจำปี 2021 เล่นง่าย ได้เงินไวที่สุดในตอนนี้ ฝากถอนรวดเร็ว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

มาร์คยิ้ม! Facebook หุ้นทะลุเพดานหลังชนะคดีผูกขาดโซเชียลมีเดีย

Facebook

Facebook ผู้ให้บริการสื่อโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ทะยานขึ้นมามีมูลค่าการตลาดแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท

หลังจากที่ศาลสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐต่าง ๆ ที่ยื่นฟ้องบริษัทว่า กระทำผิดฐานละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดด้วยการควบรวมกิจการ Instagram และ WhatsApp เมื่อปี 2012 และ 2014 ตามลำดับ

Facebook หุ้นพุ่งมากกว่า 4% หลังศาลยกคำร้อง 

Facebookของ “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” (Mark Zuckerberg) เป็นฝ่ายชนะคดีที่รัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกายื่นคำร้องกล่าวหาว่า บริษัทโซเชียลมีเดียแห่งนี้ละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาดด้วยการเข้าซื้อกิจการคู่แข่งที่มีขนาดเล็กกว่าอย่าง Instagram

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

และ WhatsApp เมื่อปี 2012 และ 2014 ด้วยเม็ดเงินมหาศาลถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 30,000 ล้านบาท และ 19,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 600,000 ล้านบาท ตามลำดับ โดยผู้พิพากษา “เจมส์ เบาส์เบิร์ก” แห่งศาลแขวงกรุงวอชิงตัน ดีซี. มีคำตัดสินว่า คำร้องของคณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Federal Trade Commission) ที่กล่าวหาFacebook ว่า ผูกขาดโซเชียลมีเดียนั้น ไม่มีหลักฐานรองรับเพียงพอ

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

ทั้งนี้ คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นความพ่ายแพ้ของรัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก โดย หลังมีการอ่านคำตัดสินของศาลเมื่อวันจันทร์ที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของFacebook ก็พุ่งขึ้นมากกว่า 4% จนทำให้มูลค่าการตลาดของบริษัททะยานแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32 ล้านล้านบาท

เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สำหรับกฎหมายต่อต้านการผูกขาด (Antitrust law) เป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อใช้บังคับองค์กรทางธุรกิจ และบริษัท เพื่อสนับสนุนการแข่งขันที่เป็นธรรม (fair competition) เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

โดยกฎหมายที่บังคับใช้ในสหรัฐฯ มีด้วยกันหลายฉบับ โดยมีทั้งที่บังคับใช้ในระดับรัฐ (state) ไปจนถึงระดับรัฐบาลกลาง (federal) เช่น the Sherman Act 1890, the Clayton Act 1914 และ the Federal Trade Commission Act 1914  ส่วนในประเทศไทยก็มี “พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542” ที่ทำหน้าที่คล้ายกับ “กฎหมายต่อต้านการผูกขาด” แต่ไม่ทราบว่าเคยมีการนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้หรือไม่ หรือฟ้องร้องใครบ้าง และ jili slot ค่ายเกมสล็อต ลงทุนง่าย มีหลักร้อยก็เล่นได้ เว็บตรง เดิมพันสนุก ปลอดภัย เดิมพันง่าย รวยไว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Facebook Smart Watch เริ่มเข้าสู่กระบวนการพัฒนา และอาจมาพร้อมกล้องคู่

Facebook Smart Watch

Facebook Smart Watch ถือเป็นอุปกรณ์ที่มีข่าวลือมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่า ทางFacebook กำลังซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภท “นาฬิกาอัจฉริยะ” หรือ “Smart Watch” ของตัวเองอยู่

โดยล่าสุดทางเว็บไซต์ดังได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดบางส่วนของอุปกรณ์ชนิดนี้ว่า มันอาจจะมาพร้อมกับเลนส์กล้องขนาดเล็กทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สำหรับใช้ในการถ่ายภาพและการสื่อสารผ่านวิดีโอ Social Network อย่าง  Facebook, Messenger, Instagram และ WhatsApp

Facebook Smart Watch อาจมาพร้อมกล้อง Auto Focus รองรับการถ่ายวิดีโอ Full HD

Facebook Smart Watch

ตามการเปิดเผยของเว็บไซต์ The Verge ระบุว่าFacebook Smart Watchหรือผลิตภัณฑ์Smart Watchรุ่นแรกของทาง Facebook ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับสเปนบางส่วนหลุดออกมาว่า ตัวเครื่องจะผลิตจากวัสดุประเภทโลหะอย่าง Stainless Steel สามารถตรวจจับเรื่องสุขภาพได้ทั้งจังหวะการเต้นของหัวใจ

และระดับออกซิเจนในเลือด และที่สำคัญก็คือ จะมีการติดตั้งเลนส์กล้องขนาดเล็กลงบนตัวSmart Watch ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยคาดกันว่ากล้องด้านหน้าจะเน้นการถ่ายภาพและวิดีโอคอลผ่าน Facebook, Messenger, Instagram

และ WhatsApp ส่วนกล้องหลังจะเน้นการถ่ายภาพระดับโปร ติดตั้งระบบ Auto Focus และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ Full HD ซึ่งจะสามารถแชร์ไปยังแอปพลิเคชั่น Social Network ต่าง ๆ ได้ 

Facebook Smart Watch

นอกจากนี้Facebook Smart Watch ยังจะรองรับการเชื่อมต่อแบบ 4G LTE และจะขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน fork ที่พัฒนาโดยFacebook แทนที่จะเป็นระบบปฏิบัติการ Wear OS ที่Smart Watch หลายยี่ห้อนิยมใช้กัน ยิ่งไปกว่านั้น คุณสมบัติเด่นของอุปกรณ์รุ่นนี้ ยังอาจทำงานร่วมกับแว่นตา AR ที่มีข่าวลือว่าFacebook กำลังพัฒนาอยู่ด้วย 

สำหรับFacebook Smart Watch ตัวเครื่องจะมีให้เลือกถึง 3 สี ได้แก่ ขาว, ดำ และทอง รวมทั้งยังจะมีการจับมือกับบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับ Smart Watch ในการทำสายนาฬิการุ่นและลายต่าง ๆ ให้ผู้ใช้ได้เลือกซื้ออีกด้วย

Facebook Smart Watch

  โดยคาดว่า ทางFacebook น่าจะเริ่มเผยโฉมผลิตภัณฑ์Smart Watch รุ่นนี้ ภายในปี 2022 ซึ่งราคาน่าจะอยู่ที่ราว ๆ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 15,xxx บาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) ส่วนเรื่องรูปร่างหน้าตาของFacebook Smart Watchจะเป็นอย่างไรนั้น คงต้องลุ้นกันต่อไป และ สล็อตโจ๊กเกอร์ ฝากถอน ออโต้ เล่นง่าย ได้เงินจริง สมัครวันนี้ รับฟรีโบนัสไปเลย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

บริษัท Apple จ่ายค่าชดเชยหลักล้านเหรียญฯ หลังช่างซ่อมแอบเข้าถึงข้อมูลลูกค้า

บริษัท Apple

บริษัท Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา เจ้าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่าง iPhone, iPad, Macbook และ iMac ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังถูกลูกค้ารายหนึ่งฟ้องร้องจากกรณีช่างซ่อมมือถือ iPhone แอบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวขณะส่งซ่อมโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังแอบเข้าไปในบัญชี Facebook พร้อมโพสต์ข้อความสร้างความเสียหายให้กับลูกค้า จนกลายเป็นคดีความฟ้องร้องกันตั้งแต่เมื่อปี 2016 

บริษัท Apple ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

บริษัท Apple

Apple ถูกหญิงสาววัย 21 ปี ฟ้องร้องจากเหตุการณ์ที่ช่างซ่อมมือถือของบริษัทแอบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวขณะส่งซ่อมที่ศูนย์ซ่อม Pegatron ในแคลิฟอร์เนียโดยไม่ได้รับอนุญาต ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ในปี 2016 หญิงสาวรายนี้นำ iPhone ของตัวเองไปส่งซ่อม แต่ปรากฏว่ามีช่างซ่อม 2 ราย

บริษัท Apple

ได้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทั้งที่เป็นรูปภาพ และคลิปวิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังโพสต์รูปภาพโป๊เปลือยและคลิปวีดีโอขณะที่เธอกำลังมีเซ็กส์ลงบนบัญชี Facebook ส่วนตัวที่เธอล็อกอินค้างไว้ในโทรศัพท์จนทำให้เธอได้รับความเสียหายและอับอายเป็นอย่างมาก  ทั้ง ๆ ที่ตามนโยบายของบริษัทแล้ว ช่างทั้งสองคนไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนนั้นของลูกค้าเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเบื้องต้น Apple ได้ไล่พนักงานทั้งสองคนออกทันที และพยายามเจรจาเรื่องค่าเสียหายและคดีความในชั้นศาลมาตลอด 5 ปี เต็ม 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทาง Apple ยอมปิดคดีนี้ด้วยการจ่ายเงินชดเชยหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด แต่คาดกันว่าน่าจะไม่น้อยกว่าค่าเสียหายที่หญิงสาววัย 21 ปี เรียกร้องที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 155 ล้านบาท 

บริษัท Apple

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุมาจาก การที่ Apple ระบุให้ลูกค้าที่ต้องการส่งซ่อมสมาร์ทโฟนปิดใช้งานการล็อกหน้าจอด้วย Passcode ก่อนส่งซ่อมทุกครั้ง จึงเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ช่างสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวบนเครื่องได้  และหลังจากเหตุการณ์นี้ ทาง Apple ก็ได้ออกระเบียบใหม่ให้ลูกค้าที่ส่งซ่อมทำการล้างเครื่องเพื่อไม่ให้มีข้อมูลส่วนตัวเหลืออยู่ในเครื่อง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกผู้ไม่หวังดีไปเอาใช้เหมือนอย่างกรณีนี้นั่นเอง และ ufabet88888 เว็บเดิมพันกีฬาที่ให้บริการโดยตรง ปลอดภัย 100% เดิมพันง่าย เดิมพันได้หลากหลาย ปลอดภัย รวยไว ฝากถอนง่าย ทุนน้อนก็เดิมพันได้ สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Facebook เปิดตัว Messenger API สำหรับ Instagram เพื่อธุรกิจโดยเฉพาะ

Messenger API

Messenger API ถือเป็นระบบการส่งข้อความบนแอปพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง Instagram ที่ Facebook พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อกระแสผู้ใช้งาน Instagram ที่กว่าร้อยละ 90 ติดตามแบรนด์สินค้าอย่างน้อย 1

แบรนด์ และมีการส่งข้อความทั้งที่เป็นแบบการตอบผ่าน IG Stories หรือการส่งข้อความไอเรค (DM) หากันโดยตรง ทำให้ระบบการส่งข้อความบน Instagram จึงมีความสำคัญทั้งในด้านการใช้งานของลูกค้าและเจ้าของแบรนด์ 

Messenger API บน Instagram ช่วยให้เจ้าของธุรกิจสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

Messenger APIหรือพูดง่าย ๆ ว่า เป็นระบบการส่งข้อความบน Instagram ที่ถูกพัฒนาโดยทีมงาน Messenger จาก Facebook ซึ่งเปิดตัวในงาน F8 Developer Conference แต่เริ่มมีการทดลองใช้งานไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2020 โดยมีนักพัฒนาและแบรนด์ต่าง ๆ กว่า 700 แบรนด์ ที่เข้าร่วมทดลองใช้งานระบบการส่งข้อความบน Instagram นี้

Messenger API

ซึ่งส่วนใหญ่พอใจกับฟีเจอร์นี้ เนื่องจากช่วยให้แบรนด์สินต่าง ๆ สามารถสื่อสารกับลูกค้าบน Instagram ได้สะดวกมากขึ้น เพราะ Messenger APIได้รวมเอาข้อความที่แบรนด์ต่าง ๆ ได้รับจากลูกค้าทั้งบน Instagram และ Facebook

มาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้แต่ละแบรนด์สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายขึ้น  นอกจากนี้ ระบบข้อความบน Instagram ยังสามารถทำงานร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ ที่แบรนด์ต่าง ๆ ได้ลงทุนไว้อยู่แล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ CRM หรือ ระบบการสั่งซื้อสินค้า เป็นต้น 

Messenger API

ยิ่งไปกว่านั้นMessenger API ยังช่วยให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น ช่วยเปลี่ยนลูกค้าธรรมดาให้กลายเป็นลูกค้าที่จงรักภักดีในแบรนด์แบบระยะยาวได้ โดยแบรนด์ผลิตภัณฑ์ความงามระดับโลกอย่าง Sephora เผยผลการทดลองใช้งานว่า ระบบ API

ช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกค้าบน Instagram ของตนได้มากกว่าเดิมถึง 15%  ขณะที่แบรนด์สื่อผ้าระดับโลกอย่าง H&M เผยว่า ระบบ API สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการตลาดบน Instagram ได้ถึง 31% และเพิ่มคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าได้ถึง 9.45 จุด 

Messenger API

เรียกได้ว่าMessenger API ยิ่งเป็นการตอกย้ำความสำคัญของ Instagram ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี ซึ่งไม่ใช่ในแง่ของการเป็นโซเชียลมีเดียสำหรับลงรูปภาพต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสถานที่ที่ผู้ใช้งานเชื่อมต่อกับแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ที่ตัวเองสนใจและติดตามอีกด้วย และ slot555 เว็บเดิมพันออนไลน์ เดิมพันง่าย ได้เงินจริง ระบบเดิมพันที่ทันสมัย เล่นง่าย ปลอดภัย ได้เงินเร็ว ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ สมัครง่าย มีทุนเท่าไหร่ก็เดิมพันได้ สมัครวันนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Facebook New Feed ออกอัพเดตล่าสุดให้ผู้ใช้เลือกได้ว่าให้ใครคอมเมนต์ได้

Facebook New Feed

Facebook New Feed ได้ทำการปรับปรุงครั้งใหญ่โดยการออกอัพเดตที่ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมโพสต์ และตั้งค่าความเห็นส่วนตัวต่าง ๆ ในหน้า New Feedได้มากขึ้น

โดยเฉพาะการตั้งค่าได้ว่าใครสามารถมาคอมเมนต์ในโพสต์ของเราได้บ้าง เช่น เฉพาะคน, เฉพาะเพื่อน หรือสามารถคอมเมนต์ได้ทุกคน ซึ่งถือเป็นความพยายามของ Facebook ที่ต้องการยกระดับความสบายใจของผู้ใช้ที่ต้องการท่องโลกโซเชียลแล้วไม่อยากเห็นสิ่งที่ไม่สบอารมณ์นั่นเอง 

Facebook New Feed ใหม่ สามารถเลือกรายได้โปรดโดยเฉพาะได้ถึง 30 รายการ

Facebook New Feed

Facebook New Feedที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ จะมาพร้อมฟีเจอร์และความสามารถที่เพิ่มความสะดวกด้านการใช้งานและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้มากขึ้น โดยผู้ใช้จะสามารถกำหนดได้ว่าใครสามารถเข้ามาแสดงความคิดเห็น หรือ “คอมเมนต์” ในโพสต์ของตัวเองได้บ้าง ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ เฉพาะคน, เฉพาะเพื่อน หรือสามารถคอมเมนต์ได้ทุกคน

ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานรู้สึกสบายใจและปลอดภัยมากขึ้น รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมสิ่งที่ปรากฎอยู่ในหน้า Facebook New Feedของตัวเองได้มากขึ้น โดยผู้ใช้สามารถเลือก “รายการโปรด” (Favorite) ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน, เพจ, กลุ่ม ฯลฯ ได้ทั้งหมดถึง 30 รายการ

Facebook New Feed

ซึ่งสิ่งที่ถูกเลือกให้ไปอยู่ในรายการโปรดนี้จะถูกนำมาแสดงในหน้า New Feed เป็นลำดับต้น ๆ ก่อนเสมอ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงสิ่งที่ชอบหรือสิ่งที่ตัวเองสนใจได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น

 นอกจากนี้Facebook New Feedเวอร์ชันปรับปรุงใหม่นี้จะมาพร้อม “แถบตัวกรอง” ซึ่วเป็นเมนูใหม่ด้านบนของ Feed ข่าว ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงการกรอกโฟสต์ต่าง ๆ ใน “รายการล่าสุด” ได้ง่ายขึ้น สะดวกต่อการสลับระหว่าง Feed ข่าว ที่เรียงตามลำดับเวลาที่จะแสดงโพสต์ใหม่ล่าสุดก่อน กับ Feed ข่าว ที่ถูกจัดอันดับโดยระบบ อัลกอรึทึม ของFacebook 

Facebook New Feed

ยิ่งไปกว่านั้น Facebook ยังเพิ่มคำอธิบายในส่วนของ “ทำไมฉันถึงเห็นโพสต์นี้” อีกด้วย ซึ่งจะช่วยแนะนำข่าวสารหรือเนื้อหาที่อาจตรงกับความสนใจของผู้ใช้งาน แต่ยังไม่ได้ติดตาม โดย Facebook จะเลือกแนะนำโพสต์ที่มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานเคยมีส่วนร่วมก่อนหน้านี้  สำหรับ การปล่อยอัพเดต Facebook New Feedจะเปิดให้ใช้งานในอุปกรณ์ Android ก่อน จากนั้นจึงปล่อยให้ใช้งานบน iOS ทีหลัง และใช้งาน Joker888 เว็บเดิมพันออนไลน์ อันดับ 1 มาตรฐานสากล รับรองความปลอดภัย ฝากโอนถอนง่าย ได้เงินเร็ว

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่