เปิดตัว Surface Laptop Studio ทรงพลังด้วย Intel 11th Gen Core i7 จาก Microsoft

Surface Laptop Studio

Surface Laptop Studio แล็บท็อปที่ถือว่าเป็นตัวแรงที่สุดเลยจริง ๆ ในของทางด้านไลน์อัป Surface ของ Microsoft มาพร้อมกับสิ่งที่เป็นการอัพเกรดทั้งด้านฮาร์ดแวร์และดีไซน์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหลายด้าน

ไม่ว่าจะเป็นจอแบบ PixelSense Flow ขนาด 14.4 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และรองรับการแสดงผล Dolby Vision รวมถึงชิปตัวแรงอย่าง Intel 11th Gen Core i7 แถมยังแปลงร่างตามลักษณะการใช้งานกันนั้นได้ถึงแบบ 3 โหมดเลยอีกด้วย 

Surface Laptop Studio มีกำหนดที่จะเริ่มวางขายในไทยช่วงต้นปี 2022 

Surface Laptop Studio

Microsoft ได้มีการออกมาเปิดตัวกันกับSurface Laptop Studio แล็ปท็อปที่เป็นขนาดตัวแรงของรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับสิ่งที่เป้นการอัพเกรดจากรุ่นก่อนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นจอแบบ PixelSense Flow ขนาดของมันนั้น 14.4 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และรองรับการแสดงผล Dolby Vision

โดยตัวจอภาพมีการเปลี่ยนบานพับใหม่เป็นแบบ Dynamic Wover Hinge ที่มีความแข็งแกรงทนทานมากขึ้น  ส่วนสเปคภายในนั้นมาพร้อมกับชิป Intel 11th Gen ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น Core i5 และ Core i7

โดยรุ่น Core i5 จะใช้ชิปประมวลผลกราฟฟิก Intel Iris Xe ส่วนรุ่น Core i7 จะอัพเกรดไปใช้ชิป Nvidia RTX 3050 Ti  พร้อมกับ VRAM 4GB  ส่วนหน่วยความจำ RAM จะมีให้เลือกระหว่างรุ่น RAM 16GB หรือ 32GB และ ROM ความจุสูงสุดถึง 2TB 

Surface Laptop Studioมาพร้อมกับสิ่งที่เป็นพอร์ตชาร์จ USB4 Thunderbolt 4 จำนวน 2 ช่อง และช่องของการที่ได้เสียบหูฟังนั้น 3.5 มม.  สามารถที่จะทำการต่อจอนอกความละเอียดสูงสุดระดับ 4K ได้หลายจอพร้อมกัน

Surface Laptop Studio

 ตัวหน้าจอสามารถกางออกหรือพับเก็บเพื่อแปลงร่างตามลักษณะการใช้งานได้ถึง 3 โหมด ได้แก่ โหมดแล็บท็อป, โหมดจังแสดง (Stage) และโหมดสตูดิโอ  โดยโหมดแล็บท็อปเหมือนกับการใช้งานโน้ตบุ้คทั่วไปที่สามารถพิมพ์คีย์บอร์ดและใช้แทร็กแพดแทนเมาส์ได้

ส่วนโหมดจัดแสดงเป็นการดันหน้าจอมาด้านหน้าให้มีลักษณะคล้ายกับ Surface Pro สำหรับใช้ด้านความบันเทิงหรือนำเสนองาน  ส่วนโหมดสตูดิโอจะเป็นการใช้เหมือนกับใช้แท็บเล็ต สำหรับSurface Laptop Studioมีราคาของการที่ได้เริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 1,599 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณของราคา​ 53,470 บาท

Surface Laptop Studio

ส่วนในบ้านเรานั้น ยังที่ไม่ได้มีการกล่าวประกาศออกมาเลยเรื่องของราคาที่จะทำการวางจำหน่ายหรือที่จะเป็นวันที่ได้มีการวางทำการจำหน่ายเลยอย่างที่จะเป็นทางการ แต่คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2022 เป็นต้นไป

และอย่าพลาด มาเก๊า888 คาสิโนอันดับ 1 ส่งตรง จากมาเก๊า ประเทศจีน เดิมพันง่าย รวยไว ฝาก ถอน อัตโนมัติ  มั่นคง ปลอดภัย เชื่อถือ ได้มาตรฐาน ระดับสากล

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Intel เย้ย Apple! ยังไง Windows PC ก็เล่นเกมดีกว่า MacBook

Intel

Intel ค่ายผู้ผลิตชิปประมวลผลยักษ์ใหญ่ระดับโลกออกมาจิกกัดค่ายคู่แข่งอย่าง Apple ที่เพิ่งถ่ายเลือดมาใช้ชิปเซ็ตสุดล้ำที่พัฒนาขึ้นเองอย่าง Apple M1 ที่ติดตั้งอยู่ใน MacBook รุ่นใหม่ว่า

ไม่เหมาะกับการเล่นเกมเท่ากับฝั่งของ Windows PC แถมยังลิสต์รายชื่อเกมยอดฮิตกว่า 20 รายการที่สามารถเล่นได้ใน Windows PC แต่ไม่สามารถเล่นในระบบปฏิบัติการ MacOS ของ MacBook ได้ ทำเอาสาวก Apple หัวร้อนกันไม่ใช่น้อย 

Intel เย้ย GPU GeForce RTX 3060 แรงกว่า Apple M1 แบบเทียบไม่ติด

Intel

Intelค่ายผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่ของโลกออกมาข่มคู่แข่งอย่าง Apple ว่า ระบบปฏิบัติการ MacOS ที่ปัจจุบันใช้ขับเคลื่อนคอมพิวเตอร์รุ่นยอดฮิตอย่าง MacBook และ iMac นั้น ไม่รองรับการเล่นเกมได้ดีเท่ากับฝั่ง Windows PC 

แถมไม่พูดเปล่า ๆ แต่ทางIntel ยังแสดงรายชื่อเกมยอดฮิตกว่า 20 รายการ ที่ไม่รอบรับการใช้งานในระบบปฏิบัติการ MacOS แต่สามารถเล่นในระบบปฏิบัติการ Windows PC ได้แบบสบาย ๆ ตัวอย่างเช่น Call of Duty Warzone, Grand Theft Auto V, PUBG, Overwatch, War Thunder เป็นต้น 

เท่านั้นยังไม่พอIntel ยังเย้ย Apple ต่อ ด้วยการนำ GPU ในชิป M1 ของ MacBook Pro รุ่น 16 นิ้ว กับ GPU GeForce RTX 3060 ที่ทำงานร่วมกับ CPU Core i5 11400H มาเปรียบเทียบประสิทธิภาพว่า GPU ของค่ายตัวเองนั้น แรงกว่าของ Apple อยู่หลายเท่าตัวอีกด้วย 

Intel

ถึงแม้ว่าสาเหตุที่ฝั่งของ Windows PC สามารถรองรับเกมต่าง ๆ ได้มากกว่า MacOS นั้น จะแทบไม่เกี่ยวข้องกับความแรงของชิปเซ็ตขอIntel หรือ Apple M1 เลย

แต่เป็นเพราะนักพัฒนาเกมที่ส่วนมากพัฒนาเกมบนสถาปัตยกรรม x86 ของระบบปฏิบัติการ Windows มากกว่าสถาปัตยกรรม x86 ของ MacOS ก็เท่านั้น แต่ก็ดูเหมือนทางIntel จะสนุกกับการ “ขิง” ใส่ Apple ไม่น้อย

เพราะก่อนหน้านี้ ก็เคยออกมาเผยผลการทดสอบโน๊ตบุ๊กที่ใช้ชิป Core i7-1185G7 แรม 16GB และ MacBook Pro M1 แรม 16GB ซึ่งปรากฏว่า ชิป Core i7 สามารถทำงานในหน้าเว็บต่าง ๆ ได้เร็วกว่า M1 ถึง 30%

Intel

และแรงกว่าทุกการทดสอบการทำงานในโปรแกรม Microsoft Office 365 แถมการใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ในโปรแกรม Adobe Premiere และ Lightroom ก็แรงกว่าถึง 6 เท่า เลยทีเดียว 

และอย่าลืม sa gaming 1688 เว็บเกมคาสิโนออนไลน์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย เพียบพร้อมไปด้วย คาสิโนสด อย่างหลากหลาย เล่นง่าย ได้เงินไว ปลอดภัย ฝากถอนง่ายไม่มีขั้นต่ำ เล่นวันนี้รวยวันนี้แน่นอน

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Intel Core Gen 11 ขุมพลังคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Intel

Intel Core Gen 11

Intel Core Gen 11 รหัส Rocket Lake-s ถือเป็นโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปเจนเนอเรชั่นล่าสุดของค่ายIntel ที่มาพร้อมการอัพเกรดประสิทธิภาพแทบทุกด้าน โดยการผนวกรวมคุณสมบัติ

การโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำแบบเรียลไทม์ ช่วยให้สามารถประมวลผลการทำงานเร็วขึ้น 19% และประมวลผลกราฟฟิกดีขึ้น 50% พร้อมฟีเจอร์ Intel Deep Learning Boost ให้ความเร็วสูงสุดถึง 4GHz 

Intel Core Gen 11 แรงกว่า AMD Ryzen 5950X ถึง 12%

Intel Core Gen 11ชื่อรหัส Rocket Lake-s ถือเป็นการออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรมใหม่พร้อมกับ IPC ใหม่ที่ให้ความเร็วสูงสุดถึง 4GHz ทำงานร่วมกับการ์ดจอ Intel UHD Graphics

รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์รุ่นใหม่หลายรายการ ทั้ง USB 3.2, PCI-e, HDMI 2.0, Wi-Fi 6E รวมถึงการเชื่อมต่อจอภาพผ่าน Thunderbolt 4 นอกจากนี้ ยังมาพร้อมคุณสมบัติใหม่ ๆ สำหรับการโอเวอร์คล็อกที่ให้ทั้งความเร็วและประสิทธิภาพเหนือกว่าโปรเซสเซอร์เจอเนอเรชั่นก่อน

Intel Core Gen 11

โดยเป็นการผนวกคุณสมบัติการโอเวอร์คล็อกหน่วยความจำแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถใช้การเปลี่ยนแปลงความถี่ DDR4 แบบเรียลไทม์ พร้อมกับฟีเจอร์ Intel Deep Learning Boost ประมวลผลการทำงานเร็วขึ้น 19% และประมวลผลกราฟฟิกดีขึ้น 50%  

ทั้งนี้ เมื่อนำIntel Core Gen 11 รหัส Rocket Lake-s มาทดสอบประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งการ Render, กราฟฟิก, การตัดต่อวิดีโอ รวมถึงการทำงานเกี่ยวกับ Microsoft Excel ปรากฏว่าIntel Core 11 มีประสิทธิภาพเร็วกว่าคู่แข่งอย่าง AMD Ryzen 5950X ถือว่าเป็น CPU รุ่นล่าสุดของ AMD อยู่ถึง 12%

Intel Core Gen 11

  ส่วนในเรื่องการทำโอเวอร์คล็อกก็มีโปรแกรมพิเศษที่ชื่อ Intel Extreme Tuning Utility GUI ซึ่งจะช่วยปรับความเร็ว และยังสามมารถทำงานร่วมกับชิปเซ็ต Intel H570, B560 พร้อมฟีเจอร์ประหยัดพลังงานคอยควบคุมเรื่องการใช้พลังงานให้เหมาะสมผ่านระบบ AI ที่จะคอยตอบสนองความต้องการพลังงานในส่วนต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ 

สำหรับชิปเซ็ตที่ถือเป็นรุ่นเรือธงของเจ้าIntel Core Gen 11 ก็คือรุ่น i9-11900K ที่ให้ขุมพลังเหนือชั้นถึง 5.3 GHz พร้อมคอร์ถึง 8 คอร์ 16 เธรด และ Intel® Smart Cache ถึง 16 MB 

Intel Core Gen 11

นอกจากนี้ Core Gen 11 ยังสามารถรองรับหน่วยความจำความเร็วสูงอย่าง DDR4-3200 ที่รองรับการทำงานได้หลายอย่างพร้อมกันแบบไม่มีสะดุดตั้งแต่การเล่น เกมระดับเทพ Joker888 เป็นที่น่าเชื่อถือในโลกออนไลน์ ไปจนถึงการสตรีมมิ่งวิดีโอความละเอียดสูงแบบไม่มีสะดุด

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

หมัดต่อหมัด! Intel เผยผลทดสอบ Intel Gen 11 vs Apple M1 ใครแรงกว่ากัน?

Intel Gen 11

Intel Gen 11 ถือเป็นโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นล่าสุดของทางIntel ที่เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายไปเมือช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งก็รุ่นสำหรับแล็ปท็อปอย่างGen 11 Tiger Lake ที่ให้ประสิทธิภาพกกว่ารุ่นGen 10 Ice Lake อยู่พอสมควร

รวมทั้งรุ่นสำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปอย่างGen11 Rocket Lake ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทางIntel จะดูภูมิใจกับโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นใหม่นี้มาก ออกมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพแบบหมัดต่อหมัดระหว่างIntel Gen 11กับApple M1 ชิปรุ่นใหม่ล่าสุดที่ Apple เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ 

Intel Gen 11 ใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ Chrome เร็วกว่า Apple M1 ถึง 41%

Intel Gen 11ถือเป็นโปรเซสเซอร์เจนเนอเรชั่นล่าสุดของทาง Intelที่มาพร้อมกับ DL Boost และชิปกราฟฟิก Intel Xe ทำให้มันแทบจะกลายเป็น “Laptop Thin & Light” ที่สามารถเล่นเกมตัวแรงได้เกือบเท่า Gaming Laptop ในขนาดที่เบาบางกว่า แถมยังประหยัดพลังงานกว่า

Intel Gen 11

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำมาเทียบกับ Apple M1 ก็จะพบว่าเจ้าIntel Gen 11ทำงานได้ดีกว่าพอสมควร เริ่มตั้งแต่ผลทดสอบการใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ Chrome ที่ชิปGen11 ของ Intel ทำงานได้รวดเร็วกว่า Apple M1 ถึง 41%  ส่วนของอายุการใช้งานแบตเตอรี่นั้น เมื่อนำเอา MacBook Air M1 กับ Acer Swift 5 ที่ใช้ชิป Intel Core i7 มาทดสอบด้วยความสว่างหน้าจอเท่ากันที่ 250nits พร้อมทั้งเปิด Netflix ไปด้วยก็จะพบวาทั้งสองรุ่นนี้มีผลทดสอบที่ใกล้เคียงกันมาก โดย MacBook อยู่ได้นาน 10 ชั่วโมง 12 นาที ส่วน Acer Swift 5 อยู่ได้ 10 ชั่วโมง 6 นาที 

Intel Gen 11

อย่างไรก็ตาม ข้อได้เปรียบของIntel Gen 11ที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ มันสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากกว่า Apple M1 เนื่องจากเจ้า M1 นั้นออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรม ARM ที่ไม่ใช่แบบ X86 เหมือนของ Intel ซึ่งซอฟแวร์คอมพิวเตอร์แทบทั้งโลกถูกพัฒนาเพื่อให้ทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรม X86 เป็นส่วนใหญ่ 

Intel Gen 11

ดังนั้น การที่ Apple แหวกแนวไปใช้ ARM มันจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่เหล่านักพัฒนาซอฟแวร์ต้องปรับผลิตภัณฑ์ของตัวเองเพื่อรองรับ Apple M1 ถึงแม้ว่าสถาปัตยกรรม ARM ขนาด 5nm ของเจ้า M1 จะให้พลังการประมวลผลที่เร็วแรงกว่าและประหยัดพลังงานกว่าก็ตาม 

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่