เผยภาพแม่พิมพ์ iPhone 14 Seriesคาดมีหน้าจอเพียงสองขนาด ไม่มีรุ่น mini อีกต่อไป

iPhone 14 Series

iPhone 14 Series เริ่มมีข่าวหลุดข่าวลือออกมามากขึ้น ล่าสุดก็มีการเปิดเผยภาพที่ดูเหมือนเป็นแม่พิมพ์ของiPhone 14ซึ่งเผยให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องด้านหลังแบบชัดเจน รวมทั้งบอกขนาดหน้าจอของแต่ละรุ่นเอาไว้ด้วย โดยหน้าจอขนาดใหญ่สุดจะอยู่ที่ 6.7 นิ้ว ส่วนจอเล็กสุดจะอยู่ที่ 6.1 นิ้ว และจะไม่มีรุ่น mini อีกต่อไป  อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าแม่พิมพ์เหล่านี้น่าจะเป็นแม่พิมพ์ตัว “เคส” ของiPhone 14เท่านั้น ไม่ใช่แม่พิมพ์ตัวเครื่องจริง ๆ 

iPhone 14 series จะไม่มีรุ่น mini เพราะยอดขายรุ่นก่อนต่ำกว่าเป้า

iPhone 14 Series

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับiPhone 14 seriesเป็นภาพถ่ายที่ดูคล้ายแม่พิมพ์ของ iPhone 14 ทั้ง 4 รุ่น ซึ่งถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ Weibo เผยให้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องด้านหลังแบบชัดเจน รวมทั้งบอกขนาดหน้าจอของแต่ละรุ่นไว้เสร็จสรรพ โดยทั้ง 4 รุ่น ประกอบด้วย iPhone 14, 14 Pro, 14 Max และ 14 Pro Max ซึ่งในรุ่น iPhone 14 กับ 14 Pro จะมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.1 นิ้ว ส่วน 14 Max กับ 14 Pro Max จะขยับไปใช้หน้าจอใหญ่ขึ้นเป็น 6.7 นิ้ว และจะไม่มีรุ่น mini อีกต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากการที่ iPhone 12 mini และ 13 mini ทำยอดขายได้ต่ำกว่าที่ Apple คาดการณ์ไว้มากถึงขนาดต้องมีคำสั่งลดกำลังผลิตลงเกินครึ่งเลยทีเดียว 

iPhone 14 Series

สำหรับกล้องหลังของ iPhone 14 กับ 14 Max จะใช้เป็นกล้อง 2 ส่วนของ 14 Pro กับ 14 Pro Max จะขยับไปใช้กล้องแบบ 3 ตัว โดยคาดว่าโมดูลกล้องของพี่ใหญ่อย่างรุ่น Pro Max จะนูนกว่า iPhone 13 Pro max  ราวครึ่งมิลลิเมตร ทำให้ความนูนโดยรวมอยู่ที่ 4.17 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นผลให้ตัวโมดูลกล้องทั้งหมดมีขนาดใหญ่กว่า 13 Pro max ราว 5%

iPhone 14 Series

ในส่วนของกล้องหน้าคาดว่าiPhone 14 seriesจะมาพร้อมดีไซน์กล้องหน้าทั้งแบบรอยบากและเจาะรู โดยในรุ่นiPhone 14กับ 14 Max จะใช้ดีไซน์แบบรอยบากเหมือนiPhone 13 Series ส่วน 14 Pro กับ 14 Pro Max จะเปลี่ยนไปใช้ดีไซส์แบบเจาะรู  อย่างไรก็ตามแม่พิมพ์ข้างต้นน่าจะเป็นต้นแบบสำหรับผลิต เคสiPhone 14เท่านั้น ไม่ใช่แม่พิมพ์ตัวเครื่องจริง ๆ  และอย่าพลาด aegaming เว็บคาสิโนเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง เดิมพันง่าย รวยไว โบนัสฟรีเครดิต ฝาก – ถอนออโต้

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Self Service Repair บริการให้ลูกค้าซื้ออะไหล่กลับไปซ่อม iPhone ได้เองของ Apple

Self Service Repair

Self Service Repair เป็นบริการล่าสุดของ Apple ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถซื้อเครื่องมือและอะไหล่ของแท้เพื่อเอากลับไปซ่อม iPhone 12 และ 13 ได้ด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องส่งให้ศูนย์หรือร้านซ่อมที่ผ่านการรับรองของ Apple อีกต่อไป โดยจะเริ่มเปิดให้บริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 เป็นต้นไป และจะขยายไปตามประเทศอื่น ๆ ภายหลัง หากได้รับการตอบรับที่ดี

Self Service Repair จะเริ่มขายอะไหล่ หน้าจอ, แบตเตอรี่ และกล้อง ให้ลูกค้าปีหน้า

 Self Service Repair

ก่อนหน้านี้ Apple มักถูกวิจารณ์เรื่องการบริการซ่อมมือถือที่ค่อนข้างยุ่งยาก แถมอะไรนิดอะไรหน่อยก็ต้องส่งซ่อมกับศูนย์หรือร้านค้าที่ผ่านการรับรองจากบริษัท ซึ่งมักจะมีราคาแพง และหากใครที่คิดจะซ่อมเองหรือซ่อมกับร้านตู้ก็มักจะเจอปัญหาจุกจิกตามมา เช่น ประกันขาด หรือระบบล็อกไม่ให้ฟีเจอร์บางอย่างใช้งานได้ 100% เป็นต้น

 Self Service Repair

แต่ล่าสุด ปัญหาเหล่านี้ใกล้จะหมดไปแล้ว เพราะ Apple ได้เปิดตัวบริการใหม่ในชื่อSelf Service Repair ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถซื้อเครื่องมือและอะไหล่แท้ต่าง ๆ กลับไปซ่อม iPhone 12 และ 13 ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องส่งศูนย์อีกต่อไป  ซึ่งในช่วงแรกจะขายเฉพาะอะไหล่สำคัญ ๆ ที่มักเกิดปัญหาบ่อย ๆ เช่น หน้าจอ, แบตเตอรี่ และกล้อง ส่วนอะไหล่อื่น ๆ จะทยอยนำออกมาขายต่อไปในอนาคตหากบริการนี้มีกระแสตอบรับที่ดี  ส่วนพวกเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการซ่อมมือถือจะขายพร้อมคู่มือการซ่อมเพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างถูกต้อง

 Self Service Repair

นอกจากนี้ บริการSelf Service Repair ยังเปิดโอกาสให้ลูกค้านำอะไหล่ชิ้นเก่าที่ถูกถอดออกส่งกลับมารีไซเคิลที่บริษัทเพื่อรับเครดิตหรือส่วนลดสำหรับใช้ซื้อสินค้าของ Apple ในครั้งต่อไปได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ทาง Apple ยังแนะนำว่าการซ่อมแซมอุปกรณ์ควรจะต้องให้ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการซ่อมมือถือเป็นลงมือซ่อมเอง ส่วนลูกค้าทั่วไปควรจะไปรับบริการจากร้านซ่อมที่น่าเชื่อถือจะดีกว่า 

ทั้งนี้ Apple จะเริ่มเปิดขายอะไหล่ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2022 เป็นต้นไปในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อน และจะขยายไปตามประเทศอื่น ๆ ภายหลัง  และขอแนะนำ 356bet เว็บเด็ด เว็บดัง เว็บที่คุณต้องไม่พลาดที่จะมาร่วมสนุก เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

iPhone 13 Pro ได้คะแนนความยากง่ายของการซ่อมที่ 5/10 หลังย้ายเซ็นเซอร์หลายตำแหน่ง

iPhone 13 Pro

iPhone 13 Pro ได้รับการประเมินและได้มีการให้ไปของจำนวนที่เป็นคะแนนที่ถือว่าเป็นการยากง่ายของการซ่อมจากเว็บไซต์ iFixit เพียง 5/10 คะแนนเท่านั้น หลังมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งฮาร์ดแวร์และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ หลายตำแหน่งเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนอย่างiPhone 12 Proโดยปัญหาที่พบมากในการซ่อมมือถือรุ่นใหม่นี้ก็คือ ฟีเจอร์ Face ID จะได้มีการใช้งานนั้นเกิดขึ้นแบบไม่ได้ หากได้มีการไปแกะทำการเปลี่ยนไปของหน้าจอด้วยตัวเอง 

iPhone 13 Pro ย้ายสายเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ไปอยู่เกือบด้านบนของตัวเครื่อง

iPhone 13 Pro

หลังจากที่ iFixit ได้นาiPhone 13 Proรุ่นใหม่มาชำแหละดูไส้ในและการจัดวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ เทียบกับรุ่นก่อนอย่าง iPhone 12 Proพบว่า มือถือรุ่นใหม่นี้มีการจัดวางเซ็นเซอร์และฮาร์ดแวร์เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนหลายส่วน โดยมีการย้ายสายเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ไปรวมกันไว้เกือบด้านบนของตัวเครื่อง ซึ่งอาจทำให้ขาดหรือเสียหายระหว่างการซ่อมได้ง่าย ขณะที่อุปกรณ์ Taptic Engine ที่ควบคุมการสั่นของตัวเครื่อง

แม้จะมีขนาดเล็กลงกว่ารุ่นก่อน แต่เมื่อเทียบกับชิ้นส่วนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กันแล้ว มันกลับมีขนาดหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีน้ำหนักถึง 6.3 กรัม ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนถึง 1.5 กรัมเลยทีเดียว  ส่วนลำโพงในทางด้านบนนั้นก็ไม่ได้มีการติดไปกับส่วนของหน้าจอนั้นเหมือนรุ่นก่อน แต่เมื่อได้ทำการเลื่อนขึ้นไปนั้นอยู่ทางของบริเวณในด้านบนของตัวพาแนลหน้าจอแทน ซึ่งช่วยให้การซ่อมหรือเปลี่ยนลำโพงใหม่ทำได้ง่ายขึ้น

iPhone 13 Pro

นอกจากนี้iPhone 13 Pro ยังมีรอยบาก หรือ Notch เล็กลง เนื่องจาก Apple ได้ทำการรวบและรวมมาของตัวเซ็นเซอร์ที่ถือว่าสำคัญ ๆ เกี่ยวกับ Face ID เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ฮาร์ดแวร์มีขนาดเล็กลงตามไปด้วย

แถม Apple ยังนำ Face ID แยกออกจากชิ้นส่วนพาแนลหน้าจอ มาอยู่บริเวณรอยบากกับกล้องหน้าแทน ซึ่งทาง iFixit เผยว่า การเปลี่ยนหน้าจอด้วยตัวเองจะทำให้ Face ID ไม่สามารถใช้งานได้ ฉะนั้น การซ่อมหรือเปลี่ยนหน้าจอของ iPhone 13

iPhone 13 Pro

จะต้องที่จะได้มีการทำผ่านทางด้านของพนักงานของ Apple ที่ได้มีการับรอกันไปงจากทางบริษัทเท่านั้น  สุดท้ายแล้ว iFixit จึงตัดสินใจให้จำนวนของคะแนนที่ถือว่าเป็นความยากง่ายของการซ่อมเจ้าiPhone 13 Proที่ 5/10 คะแนนเท่านั้น เนื่องจากการซ่อมมีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติแตกต่างไปจากรุ่นก่อนพอสมควร แถมอุปกรณ์บางอย่างจะไม่สามารถใช้งานได้ หากถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ด้วยตัวเอง และ สล็อตโจ๊กเกอร์ สุดยอดเว็บสล็อตออนไลน์ ที่กระแสมาแรงในวงการพนันคาสิโนออนไลน์  เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

TSMC ขึ้นราคาชิปเซ็ต 20% จ่อทำสมาร์ทโฟนราคาพุ่ง

TSMC

TSMC บริษัททางด้านผู้ผลิตชิปที่ถือเป็นรายใหญ่ของโลกกันเลย สัญชาติทางไต้หวันออกมาประกาศแล้วว่า พวกเขาเตรียมที่จะปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตขั้นสูงอีก 20% และขั้นรองอีก 10% จากราคาเดิม เนื่องจากที่ได้มีสถานการณ์ของสิ่งที่ขาดแคลนของชิปเซ็ตนั้นที่ส่งผลในการกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการสมาร์ทโฟนที่อาจทำให้ราคาสมาร์ทโฟนหลายรุ่นต้องปรับราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

TSMC อาจปรับราคาชิปเซ็ต 5 นาโนเมตร ที่ใช้กับ iPhone 13 Series 

TSMC

ปัจจุบัน อุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของหลายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ต้องใช้ชิปเซ็ตประมวลผลขั้นสูง แต่จากเหตุวิกฤติชิปเซ็ตขาดตลาดอย่างหนัก ทำให้หลายบริษัทจำเป็นที่จะต้องมีการลดส่วนกำลังด้านการผลิตสมาร์ทโฟน รวมถึงเลื่อนเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ยกตัวอย่าง Mi 11 Ultra ของ Xiaomi ที่ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราเพียง 100 เครื่องเท่านั้น  แถมล่าสุด The Wall Street Journal ยังออกมารายงานว่า บริษัทTSMC เตรียมที่จะปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตขั้นสูงอีก 20%

TSMC

และขั้นรองอีก 10% ซึ่งอาจทำให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ต่าง ๆ ปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ตามไปด้วย โดยราคาอาจจะสูงขึ้นได้อีก หากมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ The Wall Street Journal ยังไม่ยืนยันว่าTSMC จะปรับขึ้นราคาชิปเซ็ตขนาด 5 นาโนเมตร ที่จะใช้กับ iPhone 13 Series ที่คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกันยายนนี้ด้วยหรือไม่ แต่ก็มีแนวโน้มสูงที่อาจมีการปรับราคาขึ้น หากปัญหาที่ได้เกิดการขาดแคลนของตัวชิปเซ็ตยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดไปในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งก็ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้บริโภคตาดำ ๆ ที่อาจต้องควักเงินมากกว่าเดิมเพื่อแลกกับการได้เป็นเจ้าตอง iPhone รุ่นใหม่

TSMC

ก่อนหน้านี้TSMC ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า ปัญหาชิปเซ็ตนั้นที่เกิดการขาดคลาดอย่างหนักจะทำให้ยังอยู่กับทางเรานั้นต่อไปอีกจนถึงในปีหน้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งก็ต้องรอติดตามกันต่อไปว่า วิกฤติครั้งนี้จะคลี่คลายลงเมื่อไหร่แน่ และราคาสมาร์ทโฟนจะเพิ่มจนส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากน้อยแค่ไหน และห้ามพลาด Slot BNG ค่ายเกมสล็อตออนไลน์น้องใหม่มาแรง ตอบโจทย์ทุกความต้องการ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย ฝากถอนรวดเร็ว ให้บริการ 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

บริษัท Apple จ่ายค่าชดเชยหลักล้านเหรียญฯ หลังช่างซ่อมแอบเข้าถึงข้อมูลลูกค้า

บริษัท Apple

บริษัท Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา เจ้าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่าง iPhone, iPad, Macbook และ iMac ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ หลังถูกลูกค้ารายหนึ่งฟ้องร้องจากกรณีช่างซ่อมมือถือ iPhone แอบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวขณะส่งซ่อมโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังแอบเข้าไปในบัญชี Facebook พร้อมโพสต์ข้อความสร้างความเสียหายให้กับลูกค้า จนกลายเป็นคดีความฟ้องร้องกันตั้งแต่เมื่อปี 2016 

บริษัท Apple ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

บริษัท Apple

Apple ถูกหญิงสาววัย 21 ปี ฟ้องร้องจากเหตุการณ์ที่ช่างซ่อมมือถือของบริษัทแอบเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวขณะส่งซ่อมที่ศูนย์ซ่อม Pegatron ในแคลิฟอร์เนียโดยไม่ได้รับอนุญาต ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน ในปี 2016 หญิงสาวรายนี้นำ iPhone ของตัวเองไปส่งซ่อม แต่ปรากฏว่ามีช่างซ่อม 2 ราย

บริษัท Apple

ได้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทั้งที่เป็นรูปภาพ และคลิปวิดีโอโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังโพสต์รูปภาพโป๊เปลือยและคลิปวีดีโอขณะที่เธอกำลังมีเซ็กส์ลงบนบัญชี Facebook ส่วนตัวที่เธอล็อกอินค้างไว้ในโทรศัพท์จนทำให้เธอได้รับความเสียหายและอับอายเป็นอย่างมาก  ทั้ง ๆ ที่ตามนโยบายของบริษัทแล้ว ช่างทั้งสองคนไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ที่จะเข้าถึงข้อมูลส่วนนั้นของลูกค้าเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเบื้องต้น Apple ได้ไล่พนักงานทั้งสองคนออกทันที และพยายามเจรจาเรื่องค่าเสียหายและคดีความในชั้นศาลมาตลอด 5 ปี เต็ม 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดทาง Apple ยอมปิดคดีนี้ด้วยการจ่ายเงินชดเชยหลายล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด แต่คาดกันว่าน่าจะไม่น้อยกว่าค่าเสียหายที่หญิงสาววัย 21 ปี เรียกร้องที่ 5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 155 ล้านบาท 

บริษัท Apple

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุมาจาก การที่ Apple ระบุให้ลูกค้าที่ต้องการส่งซ่อมสมาร์ทโฟนปิดใช้งานการล็อกหน้าจอด้วย Passcode ก่อนส่งซ่อมทุกครั้ง จึงเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ช่างสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวบนเครื่องได้  และหลังจากเหตุการณ์นี้ ทาง Apple ก็ได้ออกระเบียบใหม่ให้ลูกค้าที่ส่งซ่อมทำการล้างเครื่องเพื่อไม่ให้มีข้อมูลส่วนตัวเหลืออยู่ในเครื่อง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกผู้ไม่หวังดีไปเอาใช้เหมือนอย่างกรณีนี้นั่นเอง และ ufabet88888 เว็บเดิมพันกีฬาที่ให้บริการโดยตรง ปลอดภัย 100% เดิมพันง่าย เดิมพันได้หลากหลาย ปลอดภัย รวยไว ฝากถอนง่าย ทุนน้อนก็เดิมพันได้ สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

ไม่เหมือนที่คุยไว้! Apple ถูกแฉ ยอมลดมาตรการความปลอดภัยข้อมูลตามรัฐบาลจีน

Apple

Apple บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ระดับโลก เจ้าของผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad, iMac รวมถึง iOS และ MacOS ที่ไม่ว่าจะพูดให้ใครฟังก็แทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก

แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่จากแดนมะกันแห่งนี้ก็ถือเป็นบริษัทที่มีความลับเก็บซ่อนไว้มากมาย ซึ่งก็มักถูกขุดคุ้ยออกมาแฉให้สาธารณชนรับรู้กันอยู่บ่อย ๆ โดยล่าสุด Apple ถูกสื่อดังออกมาแฉว่า ละทิ้งอุดมการณ์ด้านความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้งานโดยยอมให้รัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ในประเทศจีนได้ซะอย่างนั้น 

Apple ยอมให้รัฐบาลจีนควบคุมศูนย์ข้อมูลของบริษัทที่เมืองกุ้ยหยาง 

ตามการเปิดเผยของ New York Times สำนักข่าวชื่อดังระดับโลก ระบุว่าApple ละทิ้งอุดมการณ์และนโยบายของตัวเองด้วยการยอมรับกฎหมายเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานของรัฐบาลจีน โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แอปพลิเคชันจำนวนหลายหมื่นแอปฯ หายไปจาก App Store เวอร์ชันที่ใช้งานเฉพาะประเทศจีน

Apple

ซึ่งแอปฯ ที่หายไปนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแอปฯ ข่าวสารต่างประเทศ, แอปฯ สำหรับเพศทางเลือก และแอปฯ ส่งข้อความเข้ารหัส  ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการแบนหรือปิดกั้นการเข้าถึงแอปฯ ที่เกี่ยวกับการจัดการประท้วงตามระบอบประชาธิปไตย หรือแม้แต่แอปฯ ที่เกี่ยวกับบุคคลสำคัญซึ่งรัฐบาลจีนมองว่าเป็นปฏิปักษ์ เช่น ดาไล ลามะ ของทิเบต ก็ไม่รอดเช่นเดียวกัน 

ทั้งนี้ จากข้อมูลด้านสถิติของApple ตั้งแต่ปี 2017 ถึงปัจจุบัน พบว่า แอปฯ ราว 55,000 แอปฯ ได้อันตรธานไปจาก App Store เวอร์ชันประเทศจีน โดยแบ่งเป็นแอปฯ ประเภทเกมราว 35,000 แอปฯ และอีก 20,000 แอปฯ มีตั้งแต่แอปฯ ออกกำลังกายไปจนถึงแอปฯ ลามกอนาจาร 

Apple

โดย New York Times เสริมว่า การเลือกที่จะประนีประนอมของApple ต่อกฎหมายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของรัฐบาลจีนทำให้ข้อมูลผู้ใช้งานในประเทศจีนสุ่มเสี่ยงที่จะถูกละเมิด ไม่ว่าจะเป็น อีเมล, เอกสาร, รูปภาพ, ที่อยู่ของผู้ใช้งาน ล้วนสามารถเข้าถึงได้โดยรัฐบาลจีนแทบทั้งสิ้น 

Apple

เรียกได้ว่า การถูกจับโป๊ะครั้งนี้ ทำให้Apple สูญเสียภาพลักษณ์การเป็นบริษัทที่ยึดถืออุดมการณ์เรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยด้านข้อมูลของผู้ใช้งาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของปรัชญาองค์กรตั้งแต่สมัย “สตีฟ จอบส์” เลยก็ว่าได้ และ ufabet888 เว็บเดิมพันสุดง่าย เดิมพันได้ทุกที่ ทุกเวลา เล่นง่าย จ่ายเงินจริง มีเกมการเดิมพันให้เล่นหลากหลาย เล่นวันนี้รวยวันนี้

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Apple Music เตรียมเปิดตัวระบบเสียง Gen ใหม่ มิถุนายนนี้

Apple Music

Apple Music ถือเป็นบริการสตรีมเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเจ้าหนึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดทาง Apple เตรียมยกระดับการให้บริการภายในเดือนมิถุนายนนี้ด้วยระบบเสียงตามตำแหน่งพร้อมรองรับ Dolby Atmos

ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสกับประสบการณ์เสียงรอบทิศทางและสมจริงยิ่งกว่าระบบเสียงแบบเก่า นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถฟังเพลงในเสียงแบบ Lossless เหมือนกับได้ฟังเสียงดนตรีสด ๆ ในห้องบันทึกเสียงได้ถึง 75 ล้านเพลงอีกด้วย 

Apple Music ระบบเสียง Dolby Atmos รองรับ AirPods, iPhone, iPad และ Mac 

Apple Musicเตรียมยกระดับการให้บริการสตรีมเพลงด้วยระบบเสียงตามตำแหน่ง หรือ Spatial Audio พร้อมรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประสบการณ์เสียงที่สมจริงและมีมิติของเสียงที่ชัดเจนตรงตามที่ศิลปินเจ้าของผลงานต้องการแสดงออกมามากที่สุด แถมยังครอบคลุมทุกแนวเพลง ไม่ว่าจะเป็น ฮิปฮอป, คันทรี่, ป๊อป

Apple Music

ไปจนถึงดนตรีคลาสสิก  โดยระบบApple Music จะเล่นแทร็ก Dolby Atmos อัตโนมัติตามค่าเริ่มต้นของ AirPods และหูฟัง Beasts ที่มีชิป H1 หรือ W1 ซึ่งรองรับระบบเสียง Dolby Atmos รวมถึงลำโพงที่ติดตั้งมาในตัวของ iPhone, iPad และ Mac รุ่นใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน และเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเพลงหรือดนตรีที่รองรับระบบเสียงแบบใหม่ง่ายขึ้นApple จึงทำการคัดสรรเพลงมาจัดทำเป็น Dolby Atmos Playlist โดยเฉพาะ รวมถึงอัลบั้มเพลงที่สามารถฟังในแบบ Dolby Atmos ได้ก็จะมีป้ายกำกับไว้ในหน้ารายละเอียดเพื่อให้ผู้ใช้สังเกตเห็น 

Apple Music

นอกจากนี้Apple Musicยังเพิ่มระบบเสียงแบบใหม่อย่าง Lossless ที่มีเพลงในแคตตาล็อกถึง 75 ล้านเพลง โดยApple เก็บไฟล์เสียงต้นฉบับจากห้องบันทึกเสียงผ่าน ALAC (Apple Lossless Audio Codec) ซึ่งจะเก็บรักษาทุกรายละเอียดของไฟล์เสียงต้นฉบับ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสกับเสียงเพลงหรือดนตรีที่ศิลปินสร้างสรรค์ไว้เหมือนกับนั่งอยู่ในห้องบันทึกเสียงเลยทีเดียว

Apple Music

สำหรับสมาชิกของApple Music สามารถเริ่มฟังเสียงระบบ Lossless ได้ โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า > เพลง > คุณภาพเสียง และกดเปิดใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถเลือกความละเอียดที่เหมาะสมกับการเชื่อมต่อแบบต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบเซลลูลาร์ หรือ Wi-Fi  โดยระบบเสียง Lossless จะเริ่มที่คุณภาพระดับ 16 บิต ที่ 44.1 kHz และสูงสุดถึงระดับ 24 บิต ที่ 48 kHz เลยทีเดียว และ สล็อตฟาโรห์ เกมสล็อตคุณภาพเยี่ยม เล่นง่าย รวยไว มีเกมการเดิมพันหลากหลายให้เลือกเล่น ปลอดภัย ฝากถอนรวดเร็วด้วยระบบฝากถอนอัตโนมัติ และมีบริการดีๆตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

สาวกเพียบ! Apple iPhone แบรนด์ลอยัลตีพุ่งไม่หยุดแม้ในช่วงโควิด-19

Apple iPhone

Apple iPhone ถือเป็นสมาร์ทโฟนสุดหรูที่มีผู้ใช้งานอยู่ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่สินค้าทุกยี่ห้อในโลกจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “แบรนด์ลอยัลตี” หรือ ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ หรือพูดง่าย ๆ ว่า ต่อให้เวลาผ่านไปกี่ปีหรือจะมีคู่แข่งมาตีตลาดมากแค่ไหน

แต่สำหรับบรรดาสาวกที่มีความจงรักภักดีแบรนด์แล้ว จะไม่มีทางเปลี่ยนไปใช้สินค้าของเจ้าอื่นอย่างเด็ดขาด ซึ่งผลสำรวจในปีนี้ก็พบว่า ความจงรักภักดีต่อApple iPhone เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ในขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Samsung กลับมีตัวเลขความจงรักภักดีน้อยไปแทน

Apple iPhone มีค่าความจงรักภักดีต่อแบรนด์ถึง 91.9% 

ตามการเปิดเผยของ SellCell ซึ่งอ้างผลสำรวจของผู้ใช้Apple iPhone พบว่า ผู้ใช้ iPhone ถึง 91.9% จะตัดสินใจซื้อ iPhone เหมือนเดิม หากมีรุ่นใหม่ออกวางจำหน่าย ซึ่งเพิ่มจากผลสำรวจในปี 2019 ถึง 1.4% โดยผู้ใช้งาน iPhone ต่างก็ให้เหตุผลที่ยังคงจงรักภักดีต่อแบรนด์

Apple iPhone

ว่าเป็นเพราะไม่เคยเจอปัญหาในการใช้ iPhone คิดเป็น 65%, ความคุ้นชินกับระบบ iPhone คิดเป็น 21%, การเปลี่ยนจาก iPhone เป็น Android เป็นเรื่องยุ่งยาก คิดเป็น 10% และความชอบในสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว คิดเป็น8%  

นอกจากนี้ผลสำรวจดังกล่าวยังให้เหตุผลของผู้ใช้งานApple iPhone ที่ตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้สมาร์ทโฟน Android ด้วยว่าเป็นเพราะ แบรนด์อื่นมีเทคโนโลยีดีกว่า คิดเป็น 38%, อยากลองใช้แบรนด์อื่นบ้าง

Apple iPhone

คิดเป็น 26.4% และสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของแบรนด์อื่นน่าใช้กว่า iPhone รุ่นใหม่ คิดเป็น 12.9% ทั้งนี้ ผู้ใช้งานที่เปลี่ยนจาก iPhone ไปใช้ Android นั้น กว่าครึ่งย้ายไปใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung และ 1 ใน 3

Apple iPhone

เปลี่ยนไปใช้ Pixel ของ Google อย่างไรก็ตาม แบรนด์คู่แข่งอย่าง Samsung กลับมีตัวเลขความจงรักภักดีของผู้บริโภคลดลง โดยผลสำรวจพบว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟน Samsung เพียง 75% เท่านั้นที่จะตัดสินใจซื้อ Samsung เหมือนเดิมหากมีมือถือรุ่นใหม่วางจำหน่าย ซึ่งลดลงจากปี 2019 ที่มีตัวเลขความจงรักภักดีถึง 85.7%  ถือว่าน้อยกว่าApple iPhone ที่เป็นคู่แข่งอยู่พอสมควร โดยการสำรวจนี้สุ่มจากกลุ่มตัวอย่าง 5,000 คน แบ่งเป็นผู้ใช้Apple และ Samsung อย่างละเท่า ๆ กัน และหากคุณใช้ไอโฟนเล่น Cash or crash เกมเดิมพันออนไลน์ ที่แจกเครดิตมากมาย ที่จะทำให้คุณได้เดิมพันอย่างจุใจ

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

นักวิเคราะห์เผย iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ iPhone รุ่นใหม่มาแรงกำลังจะเปิดตัว

iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ

ในวันที่ 13 มีนาคม 2564 นักวิเคราะห์เผย iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ ซึ่งเป็น iPhone รุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะทำการเปิดตัวในปี 2021 ที่ทุกท่านทราบกันดีซึ่งถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือที่มาแรงและมีผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากสำหรับ iPhone 13 ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอดูดีไซน์การออกแบบที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร พร้อมกับรอดูการเปลี่ยนแปลงว่าจะมีดีไซน์การออกแบบที่พัฒนาไปจาก iPhone รูปแบบเดิมอย่างไรบ้างจากที่มีการเปิดตัวไอโฟนหลายๆรุ่นที่ผ่านมาในปี 2020 แล้วในปี 2021 นี้ผู้คนจึงลุ้นกันว่าจะมี iPhone รูปแบบไหนบ้างที่จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของ iPhone 8 ใหม่และแตกต่างไปจากเดิมนั่นเอง

นักวิเคราะห์เผย iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ ความไฮเทคที่มาแบบใหม่

iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ

เป็นข่าวที่น่ายินดีเพราะนักวิเคราะห์เผย iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ เป็นความไฮเทคแปลกใหม่ที่ได้รับการพัฒนาและมีระบบการพัฒนาอย่างต่อเนื่องซึ่งแตกต่างจาก iPhone รูปแบบเดิมๆเพราะมีข่าวลือออกมาว่าเขาจะมีดีไซน์การออกแบบและรูปลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิมพร้อมกับเปิดตัวในปี 2021 ในเร็วๆนี้ซึ่งอยากให้ทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดสำหรับใครที่ชอบใช้งาน Apple หรือ iPhone นั่นเองเพราะบอกเลยว่าการรอคอยของทุกท่านจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ

นักวิเคราะห์เผย iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ ให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้งานนักวิเคราะห์เผย iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ อำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยมเพราะการสแกนนิ้วนั้นจะทำให้ปลดล็อคได้อย่างง่ายๆถึงจะไม่มีปุ่มโฮมบริเวณหน้าจอแต่จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานนั้นสูงมากยิ่งขึ้น

iPhone 13 มีสแกนนิ้วที่หน้าจอ

ไม่ว่าจะเป็นการสแกนนิ้วการสแกนหน้าจอที่มีดีไซน์การออกแบบแปลกใหม่และไม่เหมือนใครทุกท่านจะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเขาจะมีการเปิดตัวในเร็วๆนี้เป็นอุปกรณ์ที่กำลังมาแรงและต้องยอมรับได้เลยว่าไม่ธรรมดากันเลยทีเดียวและราคาก็คงจะแรงไม่เบาเช่นเดียวกัน และนอกจากเทคโนโลยีใหม่ๆเรายังมี เว็บ 356bet เดิมพันง่าย จ่ายเงินจริงให้ท่านได้ร่วมทดสอบสกิล

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

กลยุทธ์เดิม? iPhone13 จะมีให้เลือก 4 รุ่น 3 ขนาด เหมือนกับ iPhone 12

iPhone13

iPhone13 ถูกพูดถึงอีกครั้งในช่วงไม่กี่วันนี้ หลังมีกระแสข่าวลือหลุดออกมาว่า iPhone รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวช่วงปลายปี 2021 นี้ จะมีลักษณะคล้ายกับ iPhone 12 ที่มีทั้งหมด 4 รุ่น 3 ขนาด

ซึ่งจะยังคงมีขนาดหน้าจอเท่ากับ iPhone 12 Series คือ 5.4 นิ้ว (คล้าย iPhone 12 mini), 6.1 นิ้ว (คล้าย iPhone 12 กับ iPhone 12 Pro) และ 6.7 นิ้ว (คล้าย กับ iPhone 12 Pro Max) นั่นเอง 

iPhone13 (อาจ) ใช้หน้าจอแบบ LTP ที่ 120Hz เหมือน iPad Pro

จากการเปิดเผยของ “Ming-Chi Kuo” กูรูไอทีสาย Apple คนดัง ระบุว่า iPhone 13 จะมีทั้งหมด 4 รุ่น 3 ขนาด เหมือนกับ iPhone 12 Series และยังคงรักษาขนาดหน้าจอเท่าเดิม คือ 5.4 นิ้ว (คล้าย iPhone 12 mini), 6.1 นิ้ว (คล้าย iPhone 12 กับ iPhone 12 Pro) และ 6.7 นิ้ว (คล้าย กับ iPhone 12 Pro Max) โดยตัวหน้าจอ (อาจ) เปลี่ยนไปใช้หน้าจอแสดงผล OLED แบบ LTPO (Low-temperature Polycrystalline Silicon) ที่ประหยัดพลังงานกว่าหน้าจอ OLED ธรรมดา

 iPhone13

รองรับอัตราการรีเฟรชเรทถึง 120Hz เหมือนกับ iPad Pro ส่วนกล้องมีความเป็นไปได้ที่จะอัปเกรดจากเดิมที่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซิล (f/2.4) เป็น 6 ล้านพิกเซล (f/1.8) 

ยิ่งไปกว่านั้น iPhone 13 อาจใช้ชิป Snapdragon X60 ขนาด 5 นาโนเมตร พร้อมโมเด็ม 5G ของ Qualcomm ที่จะเพิ่มความสามารถในการประหยัดพลังงานแบตเตอร์รี่มากขึ้น ทำให้ใช้งาน 5G ได้นานขั้นกว่าในรุ่น iPhone 12 

 iPhone13

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการชาร์จที่ทาง Apple เคยยืนยันก่อนหน้านี้ว่าจะมีการปรับปรุงฟีเจอร์เกี่ยวกับการชาร์ตใหม่ก็ยังคงไม่มีข่าวความคืบหน้าหลุดออกมาแต่อย่างใด นอกจากกระแสข่าวว่า iPhone 13 จะยังคงรองรับพอร์ตชาร์จแบบ Lightning เหมือนกับ iPhone ทุกรุ่นก่อนหน้านี้ แม้ว่าจะมีเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้งานไม่น้อยที่ต้องการให้ iPhone รองรับพอร์ตชาร์จแบบ USB-C ก็ตาม

 iPhone13

แต่ทาง Apple ก็ยังคงนิ่งเฉยและยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับเปลี่ยนฟีเจอร์การชาร์จของตนแต่อย่างใด  นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่า Apple กำลังซุ่มพัฒนา iPhone รุ่นจอพับ ขนาด 7.5 – 8 นิ้ว อยู่อีกด้วย ซึ่งอาจจะต้องรอดูกันต่อไปแบบยาว ๆ เพราะเชื่อกันว่ายังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน 

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่