Starlink เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตในยูเครน ความเร็วแตะ 200Mbps

Starlink

Starlink โครงข่ายดาวเทียมปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายของบริษัท SpaceX ที่มีมหาเศรษฐีสายเกรียน “อีลอน มัสก์” (Elon Musk) เป็นเจ้าของ ได้เริ่มยิงสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมให้ผู้ใช้ในยูเครนได้ใช้งานแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยมีผู้ใช้งานที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ได้ทดสอบการใช้งานจริง ผลปรากฏว่า สัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ได้รับมีความเร็วดาวน์โหลดทะลุ 200Mbps อย่างที่ อีลอน มัสก์ เคยประกาศไว้จริง ๆ 

Starlink ทำความเร็วอินเทอร์เน็ตเลี่ย 136.76Mbps สูงสุด 205Mbps 

Starlink

หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ทาง “อีลอน สก์” มหาเศรษฐีชาวอเมริกันก็ได้จัดส่งจานดาวเทียมรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากดาวเทียมStarlink ของบริษัท SpaceX ให้แก่ทางยูเครน เพื่อให้ประชาชนชาวยูเครนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แม้สายสัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบปกติจะถูกทางรัสเซียทำลายก็ตาม

  ล่าสุด เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้มีโปรแกรมเมอร์ชาวยูเครนคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ได้โพสต์คลิปการทดสอบใช้งานอินเทอร์เน็ต  ปรากฏว่า สามารถทำความเร็วดาวน์โหลดได้เฉลี่ย 136.75Mbps แต่หลังจากได้มีการติดตั้งตัวรับสัญญาณเพิ่มเติม ความเร็วก็เพิ่มขึ้นเป็น 205Mbps

Starlink

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานบางส่วนก็ติงว่าStarlink ยังมีค่าปิงสูงกว่าที่เคยเคลมไว้พอสมควร เพราะจากการทดสอบครั้งแรกได้ 77 มิลลิวินาที แต่ครั้งถัดมาได้ 75 มิลลิวินาที แต่ผู้ใช้งานอีกส่วนหนึ่งก็ออกมาแจงว่า เป็นเพราะช่องสัญญาณดาวเทียมถูกรบกวนจากทางรัสเซีย

ซึ่งการที่สามารถรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้แรงขนาดนี้ก็คือว่าสุดยอดมากแล้ว  ส่วนทาง SpaceX ก็ได้ออกมาเตือนว่า กองทัพรัสเซียอาจโจมตีใครก็ตามที่มีตัวรับสัญญาณดาวเทียมStarlink เพราะเป็นระบบการสื่อสารระบบเดียวที่ไม่ใช่ของรัสเซียที่ยังทำงานได้อยู่ในยูเครน ฉะนั้นจึงควรใช้งานเมื่อถึงคราวจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

Starlink

ปัจจุบันStarlink มีผู้ใช้งานทั่วโลกรวมกันราว 145,000 คน โดยเปิดให้บริการมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคา ที่ผ่านมา มีอัตราค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่ 99 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3,250 บาท และมีแพ็กเกจแบบพรีเมียมที่ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด ราคา 500 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 16,400 บาทต่อเดือน และอย่าพลาด  uf99999 เว็บเดิมพันคุณภาพ เดิมพันง่าย รวยไว มีรางวัลมากมาย ฝากถอนง่าย ปลอดภัยแน่นอน

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen แท็บเล็ตจอ 10.61 นิ้ว ขุมพลัง Snapdragon 680

Lenovo

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen เเท็บเล็ตรุ่นต่อยอดความสำเร็จของLenovo Tab M10 Plus 2nd Gen ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงกลางปี 2021 โดยคราวนี้มันมาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเป็น 10.61 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 60Hz 

ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 680 ของ Qualcomm ติดตั้งลำโพงถึง 4 ตัว รองรับระบบเสียง Dolby Atmos พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 7,700mAh ที่ทางLenovo เคลมว่าสามารถรับชมคอนเทนต์สตรีมมิ่งอย่าง Netflix ได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง เลยทีเดียว 

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 12 

Lenovo

Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 10.61 นิ้ว (รุ่นก่อนขนาด 10.30 นิ้ว) ความละเอียด Full HD+ (2000 x 1200 พิกเซล) รองรับรีเฟรชเรท 60Hz ปรับความสว่างสูงสุด 400nits

รองรับมาตรฐานถนอมสายตา TÜV Rheinland และยังรองรับการใช้งานร่วมกับปากกาLenovo Precision Pen 2 ที่รองรับแรงกดถึง 4,096 ระดับ แบบเดียวกับใน Tab P11 และ P11 Pro ได้ด้วย

  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ที่สามารถอัพเดตเป็น Android 13 ได้ในอนาคต ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 680 ของ Qualcomm ขนาด 6 นาโนเมตร

ความเร็ว 2.4GHz  ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB/6GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 128GB (รองรับ microSD สูงสุด 1TB)

Lenovo

พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 7,700mAh ที่ทางLenovo เคลมว่าสามารถรับชมสตรีมมิ่งคอนเทนต์บน Netflix, Amazon Prime หรือ Disney+ ได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง รองรับระบบชาร์จไว 10W ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C 2.0

นอกจากนี้Lenovo Tab M10 Plus 3rd Gen ยังมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 8MP + ไฟแฟลช LED และกล้องหน้าความละเอียด 8MP  ตัวเครื่องติดตั้งลำโพงถึง 4 ตัว และระบบเสียงแบบจัดเต็มด้วย Dolby Atmos พร้อมระบบความปลอดภัยแบบสแกนใบหน้า 

สำหรับLenovo Tab M10 Plus 3rd Gen จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซนยุโรป ตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้เป็นต้นไป โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่

Lenovo

สีฟ้า (Frost Blue) และสีเทา (Storm Grey) ส่วนราคาจำหน่ายอยู่ที่ 279 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 9,100 บาท (ราคาไม่รวมภาษี) ส่วนจะมีการนำเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราหรือไม่นั้น ต้องติดตามกันต่อไป  และขอแนะนำ ufabet star5566 เว็บเดิมพันคุณภาพ เล่นง่าย มีรางวัลมากมาย รวยไว ฝากถอนสะดวก สมัครตอนนี้ฟรีเครดิต

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

ยิ้ม แซงหน้า Qualcomm ขึ้นแท่นผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งในสหรัฐฯ

MediaTek

MediaTek ค่ายผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่สัญชาติไต้หวัน ได้แซงหน้าคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Qualcomm ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในแง่ด้านแบ่งการตลาดชิปประมวลมือถือระบบ Android ในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจากตัวเลขตลาดส่วนแบ่งการตลาดวงการชิปเซ็ตช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021 ที่ผ่านมา พบว่า แบรนด์ดังจากไต้หวันครอบส่วนแบ่งในแดนมะกันไปถึง 48.1% ขณะที่แบรนด์เจ้าถิ่นอย่าง Qualcomm กลับแพ้คาบ้านด้วยการมีส่วนแบ่งเพียง 43.9% เท่านั้น

MediaTek เป็นขวัญใจมือถือระดับกลางในสหรัฐฯ

MediaTek

หากย้อนไปเมื่อช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ ค่ายผู้ผลิตชิปเซ็ตมือถืออย่างMediaTek มักจะถูกปรามาสว่าสู้คู่แข่งอย่าง Qualcomm ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเทคโนโลยีการผลิตและประสิทธิภาพของชิปเซ็ต แต่ในช่วง 1 – 2 ปีมานี้ แบรนด์ดังจากไต้หวันเริ่มขยับขึ้นมาครองส่วนแบ่งการตลาดชิปเซ็ตสมาร์ทโฟน Android มากขึ้น จนสื่อหลายสำนักยกให้เป็นแบรนด์เบอร์หนึ่งในตลาดชิปเซ็ตโลกแซงหน้า Qualcomm เป็นที่เรียบร้อย

แถมล่าสุด International Data Corporation (IDC) ยังได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขตลาดชิปเซ็ตในสหรัฐอเมริกา ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎว่า บริษัทจากไต้หวันแห่งนี้สามารถบุกมาโค่น Qualcomm ถึงหลังบ้านด้วยการครองส่วนแบ่งการตลาดชิปเซ็ตมือถือ Android มากที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่ 48.1%

MediaTek

ขณะที่เจ้าถิ่นอย่าง Qualcomm หล่นมาอยู่อันดับ 2 ที่ส่วนแบ่งเพียง 43.9% ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่MediaTek บุกมาโค่น Qualcomm ถึงบ้านเกิด

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้MediaTek สามารถโค่น Qualcomm ในตลาดชิปเซ็ตสหรัฐฯ ได้สำเร็จก็มาจากเหล่ามือถือระดับกลางที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไม่ว่าจะเป็น Moto G Pure, Galaxy A32, Galaxy A12 เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เลือกใช้ชิปเซ็ตจากค่ายไต้หวันแทบทั้งสิ้น

MediaTek

  อย่างไรก็ตาม ในส่วนของส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐอเมริกาตลอดทั้งปี 2021 นั้น แชมป์ยังคงเป็นของ Qualcomm เหมือนเดิม แต่นี่ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า Qualcomm ไม่ใช่เจ้าตลาดเพียงเจ้าเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มชิปเซ็ตระดับกลางที่มือถือหลายรุ่นต่างเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งมากกว่า และอย่าพลาด sa gaming เว็บตรง คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝากถอนรวดเร็ว ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว vivo Y33s 5G มือถือ 5G แบตอึด 5,000mAh ในราคาไม่ถึง 7,000 บาท

vivo Y33s 5G

vivo Y33s 5G สมาร์ทโฟนรองรับ 5G รุ่นเริ่มต้นที่เป็นการอัพเกรดจากตัวvivo Y33s รุ่นเก่าที่วางจำหน่ายไปเมื่อช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมา โดยคราวนี้มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ขนาด 6.51 นิ้ว

ความละเอียด HD+ รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง มีความจุของพื้นที่เก็บข้อมูลภายในอยู่ที่ 128GB แถมยังรองรับ microSD สูงสุดถึง 1TB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 18W 

vivo Y33s 5G ใช้ชิปเซ็ต Dimensity 700 และ RAM ขนาดสูงสุด 8GB

vivo Y33s 5G

หลังจากที่vivo Y33s รุ่น 4G วางจำหน่ายในประเทศไทยไปตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ปี 2021 ล่าสุดทาง vivo ก็ได้นำมือถือรุ่นนี้มายกเครื่องใหม่ให้รองรับการใช้งาน 5G ภายใต้ชื่อรุ่นvivo Y33s 5G

โดยมาพร้อมหน้าจอแบบ IPS LCD ขนาดเล็กลงจากเดิมมาอยู่ที่ 6.51 นิ้ว (รุ่น 4G ขนาด 6.58 นิ้ว) ความละเอียด HD+ ใช้ดีไซน์หน้าจอทรงหยดน้ำสำหรับวางกล้องหน้าเหมือนเดิม  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง

ครอบด้วย OriginOS Ocean ใช้ชิปประมวลผล Dimensity 700 ของ MediaTek ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 7 นาโนเมตร ความเร็ว 2.2GHz (รุ่น 4G ใช้ชิป MediaTek Helio G80) ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ที่มีเลือก 3 ขนาด ได้แก่

4GB/6GB/8GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 2.1 ความจุ 128GB ที่รองรับ microSD สูงสุดถึง 1TB  พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 5,000mAh ที่รองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 18W ผ่านพอร์ต USB Type-C

vivo Y33s 5G

ในส่วนของการถ่ายรูปvivo Y33s 5G มีกล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 13MP+2MP และกล้องหน้าความละเอียด 8MP โดยมีโหมดถ่ายภาพกลางคืนและรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD (1080p) ที่ 30 เฟรมต่อวินาทีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

สำหรับvivo Y33s 5G วางจำหน่ายแล้วในประเทศจีน โดยมีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีฟ้า (Blue) และสีชมพู (Gradient) ส่วนราคาแบ่งตามขนาด RAM ได้แก่ 

4GB/128 GB ราคา 1,299 หยวน หรือประมาณ 6,700 บาท

6GB/128 GB ราคา 1,399 หยวน หรือประมาณ 7,200 บาท

8GB/128 GB ราคา 1,599 หยวน หรือประมาณ 8,200 บาท  ส่วนจะมีการวางจำหน่ายแบบ Global เหมือน vivo Y33s รุ่น 4G หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไป

vivo Y33s 5G

และห้ามพลาด betclic88 ทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจของการแทงบอล เดิมพันง่าย ได้เงินจริง มีรางวัลมากมาย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว Honor Magic4 Pro สเปคจัดเต็มด้วยจอ LTPO 120Hz ชิป Snapdragon 8 Gen 1

Honor Magic4 Pro

Honor Magic4 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดโลกแบบเต็มขั้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมันมาพร้อมหน้าจอขอบโค้งแบบ LTPO OLED รีเฟรชเรทลื่น ๆ 120Hz  ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตตัวท็อปอย่าง Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm จับคู่กับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาดสูงสุด 12GB ใช้ชุดกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 50MP พร้อมด้วยแบตเตอรี่ความจุ 4,600mAh ที่รองรับระบบชาร์จไว 100W ทั้งแบบมีสายและไร้สาย 

Honor Magic4 Pro รันบนระบบ Android 12 ครอบด้วย Magic UI 6

Honor Magic4 Pro

หลังจากแยกตัวจากบริษัทแม่อย่าง Huawei มาได้พักใหญ่ ๆ Honorก็กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมเบอร์ต้น ๆ ของจีนอย่างรวดเร็ว แถมล่าสุดยังเดินหน้าลุยตลาดโลกแบบเต็มสูบด้วยการเปิดตัวHonor Magic4 Proมือถือเรือธงรุ่นใหม่ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยมันมาพร้อมหน้าจอขอบโค้งแบบ LTPO OLED ขนาด 6.81 นิ้ว ความคมชัด 2848 x 1312 พิกเซล รองรับรีเฟรชเรท 120Hz และการแสดงภาพ HDR10+ ครอบด้วยกระจก Aluminosilicate Glass รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบด้วย Magic UI 6 ใช้ชิปประมวลผลระดับไฮเอนด์อย่าง Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM แบบ LPDDR5 ขนาดสูงสุด 12GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในแบบ UFS 3.1 ความจุสูงสุด 512GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,600mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวถึง 100W ทั้งแบบมีสายและไร้สาย ซึ่งทาง Honor เคลมว่าสามารถชาร์จแบตเต็ม 100% ได้ภายในเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น

Honor Magic4 Pro

ในส่วนของการถ่ายรูปHonor Magic4 Pro มาพร้อมชุดกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลังความละเอียด 50MP, กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP และกล้อง periscope ซูม Optical 3.5x เสริมด้วยเซนเซอร์ ToF  สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้ที่ 60 เฟรมต่อวินาที ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 12MP มุมกว้าง 100 องศา พร้อมเซนเซอร์วัดระยะแบบสามมิติ  นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีคุณสมบัติกันน้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาทีอีกด้วย 

Honor Magic4 Pro

สำหรับHonor Magic4 Pro เปิดราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,099 ยูโร หรือประมาณ 40,xxx บาท โดยมีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในโซนยุโรปเร็ว ๆ นี้ ส่วนการวางจำหน่ายในภูมิภาคอื่นนั้น ยังต้องติดตามกันต่อไป และห้ามพลาด sa gaming เว็บตรง  คาสิโนออนไลน์คุณภาพ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย มีรางวัลมากมาย เล่นได้ทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

เปิดตัว MatePad Paper แท็บเล็ตจอ E Ink ขาว-ดำ รองรับ M Pencil

MatePad Paper

MatePad Paper แท็บเล็ตรุ่นใหม่ในตระกูล MatePad Series ของค่าย Huawei ที่มาพร้อมจุดเด่นหน้าจอ E Ink หรือหน้าจอแบบขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเหมือนหน้ากระดาษ ขนาด 10.3 นิ้ว ความละเอียด 1872 x 1404 พิกเซล

แสดงผลด้วยโหมดถนอมสายตา สามารถปรับความสว่างได้ถึง 32 ระดับ รองรับการใช้งานร่วมกับ M Pencil  ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Harmony OS 2.0 และมีแบตเตอรี่ขนาด 3,625mAh ที่อยู่ได้นานสูงสุดถึง 28 วัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 22.5W

MatePad Paper มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานโหมดสแตนบายด์ได้ 28 วัน 

 MatePad Paper

ในงาน Mobile World Congress (MWC) 2022 บรรดาค่ายมือถือต่างขนนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ของตัวเองมาเปิดตัวกันอย่างอุ่นหนาฝาคลั่ง ไม่เว้นแม้แต่ Huawei ที่เลือกเปิดตัวMatePad Paperแท็บเล็ตรุ่นใหม่ในตระกูล MatePad Series ที่มาพร้อมหน้าจอแบบ E Ink หรือหน้าจอแสดผลแบบขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเหมือนหน้ากระดาษ ขนาด 10.3 นิ้ว ความละเอียด 1872 x 1404 พิกเซล มีอัตราการตอบสนองหน้าจออยู่ที่ 26ms

ซึ่งอาจจะไม่เร็วเท่าแท็บเล็ตตัวท็อปรุ่นใหม่ ๆ แต่ก็ทดแทนด้วยผิวสัมผัสใกล้เคียงกับกระดาษและการแสดงผลผ่านโหมดถนอมสายตาที่สามารถปรับความสว่างได้ถึง 32 ระดับ สามารถใช้งานได้ทั้งในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืน รวมถึงกลางแดดจ้า แถมยังรองรับการใช้งานร่วมกับ M Pencil ไม่ว่าจะเป็นการจด/เขียน หรือวาดรูปก็สามารถทำได้ใกล้เคียงกับดินสอแลดกระดาษจริง พร้อมฟีเจอร์การใช้งานหลากหลาย เช่น แปลงลายมือเป็นตัวพิมพ์, บันทึกเสียงไประหว่างจดบันทึก, แบ่งหน้าจอพร้อมกัน 2 หน้า เป็นต้น

MatePad Paper

ในส่วนของสเปคอื่น ๆMatePad Paperมาพร้อมหน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB และพื้นที่เก็บข้อมูลภายในความจุ 64GB พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 3,625mAh ที่แม้จะฟังดูน้อยไปหน่อย แต่ทาง Huawei ก็เคลมว่ามันสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง และสแตนบายด์ได้นานสูงสุดถึง 28 วัน พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 22.5W ผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C  โดยตัวแท็บเล็ตรองรับการเชื่อมต่อรุ่นใหม่ทั้ง Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.2

MatePad Paper

สำหรับ MatePad Paper มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 499 ยูโร หรือประมาณ 18,xxx บาท (ไม่รวมภาษี) ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายนั้นคงต้องติดตามกันต่อไป และอย่าพลาด ufabet xyz เว็บแทงบอลคุณภาพ แทงง่าย รวยไว ปลอดภัย ฝากถอนสะดวก เล่นได้ทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

รีวิวสมาร์ทโฟน OPPO Find X5 Pro สุดทันสมัยที่ต้องไม่พลาด

OPPO Find X5 Pro

สมาร์ทโฟน OPPO Find X5  Pro รุ่นนี้ที่พึ่งได้มีการเปิดตัวมาไม่นาน มาพร้อมกับความน่าสนใจที่จับตามองกันทั่วโลก ในเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เป็นแบรนด์ระดับโลกของค่ายนี้ที่จะทำให้คุณเองได้ใช้งานอย่างมีคุณภาพ มีชิปในการประมวลผลภาพได้ชัดเจน ถ่ายภาพนิ่งได้สวย หรือจะอัดวิดีโอได้น่าประทับใจ รุ่นนี้มีการพัฒนามาได้ดี ที่มีการปรับปรุงมาให้ผู้ใช้งานได้รู้สึกว่าคุ้มค่า ถ้าหากว่าใครอยากจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนใหม่ แนะนำว่ารุ่นนี้ดีจริง พร้อมที่จะตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน

ความน่าสนใจในสมาร์ทโฟน OPPO Find X5  Pro

สุดทันสมัยที่ต้องไม่พลาด

หน้าจอที่มาในระดับที่คมชัดมาก มีความละเอียดสูง มีหน้าจอที่สามารถปรับโหมดได้ตามใจชอบ ถนอมสายตา รองรับการแสดงผลได้ดี มีสีที่แม่นยำ กระจกที่หน้าจอมีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งานมาก หมดความกังวลว่าจะกลัวแตก สเปคแรงระดับไฮเอน ใช้งานได้ทุกอย่างราบลื่น เครื่องไม่ช้า แรมเยอะ

ในส่วนของกล้องหลัง จะมีระบบกันสั่นให้พร้อม ถ่ายวิดีโอหรือรูปได้ดี มีมุมมองที่กว้างมาก แล้วยังซูมได้ไกล ความละเอียดของภาพที่ออกมาได้ยอดเยี่ยม รวมไปถึงจุดโฟกัสไว และกล้องหน้ามีความชัดเจนเช่นกัน มีโหมดต่างๆให้ได้เลือก ไม่ว่าจะเป็นกลางคืน กลางวัน ที่สำคัญคือมีชิปที่สามารถประมวลผลเอไอได้พร้อม ให้ภาพที่ถ่ายออกมามีความชัดเจน รับแสงได้ทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นระดับไหนก็ตาม

OPPO Find X5  Pro

สมาร์ทโฟนOPPO Find X5  Pro ใช้งานได้มีประสิทธิภาพ

ใช้งานได้ดีมาก มีแบตเตอรี่ที่ใหญ่จัดเต็ม ชาร์จได้ไว ในช่วงของระยะเวลาแบบที่ไวสุดเลยจริง ๆเพียงแค่ 10 กว่านาทีเท่านั้น สามารถที่จะทำการชาร์จได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าหากว่าแบตเตอรี่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาไม่เกิน 50 นาที แล้วแบตมีขนาดใหญ่ ในแต่ละวันใช้งานได้นาน มีการเชื่อมต่อที่ไว กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว มีสีขาวและสีดำให้ได้เลือกซื้อใช้

OPPO Find X5 Pro

สมาร์ทโฟนOPPO Find X5  Pro รุ่นนี้มาพร้อมกับความน่าสนใจ ที่เน้นประสิทธิภาพสูงมาก แล้วยังใช้งานได้ดี ลื่นไหล ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ยอดเยี่ยม และห้ามพลาด sa gaming เว็บตรง คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย เล่นได้ทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

MediaTek เตรียมเปิดตัวชิปตระกูล Helio G รุ่นใหม่ สถาปัตยกรรม 6 นาโนเมตร

MediaTek

MediaTek ค่ายผู้ผลิตชิปเซ็ตระดับโลกวางแผนที่จะเปิดตัวเซ็ตในตระกูล G Series รุ่นใหม่ ซึ่งต่อยอดจากรุ่น Helio G96 แต่อัพเกรดจากสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร กระโดดมาเป็น 6 นาโนเมตร แต่สเปคซีพียูในเบื้องต้นดูเหมือนจะแทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ด้วยการเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรมขนาดเล็กลง ทำให้คาดว่าน่าจะช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงานและลดความร้อนได้พอสมควร 

MediaTek อาจเปิดตัวชิปรุ่นใหม่พร้อมซีพียู Cortex-A76 และ Cortex-A55

MediaTek

มีการรายงานว่าMediaTek เตรียมจะเปิดตัวชิปประมวลผลสำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล G Series รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการอัพเกรดชิปตัวเก่าอย่าง Helio G96 เปลี่ยนจากสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร มาเป็น 6 นาโนเมตร ส่วนโครงสร้างซีพียูยังคงเหมือนกับ Helio G96 แทบทุกประการ ไล่ตั้งแต่ซีพียูหลัง Cortex-A76 ความเร็ว 2.05GHz จำนวน 2 แกน และซีพียูประหยัดพลังงาน Cortex-A55 อีก 6 แกน ความเร็ว 2.0GHz ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Mali-G57 MC2

  ในส่วนของ Image Signal Processor (ISP) คาดว่าจะใช้เป็นตัวเดิมเช่นเดียวกัน โดยรองรับการถ่ายภาพความละเอียด 108MP สามารถถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงระดับ 2K ที่ 30 เฟรมต่อวินาที

และรองรับหน้าจอแสดงผลความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz รวมถึงไม่รองรับเครือข่าย 5G เหมือนเดิม

MediaTek

แม้ว่าMediaTek จะยังคงใช้โครงสร้างซีพียูของชิปรุ่นนี้เหมือนกับ Helio G96 แทบทุกอย่าง แต่การเปลี่ยนจากสถาปัตยกรรมขนาด 12 นาโนเมตร มาเป็น 6 นาโนเมตร ก็น่าจะช่วยในเรื่องของการจัดการพลังงานได้ดีขึ้น ลดความร้อนของซีพียูได้มากกว่าเทคโนโลยีเก่าพอสมควร  ทั้งนี้ คาดกันว่าMediaTek เตรียมเปิดตัวชิปเซ็ต G Series รุ่นใหม่ ในช่วงกลางปี 2022 นี้ ในขณะเดียวกันทางค่ายก็กำลังปรับปรุงกลุ่มผลิตภัณฑ์ตระกูล Dimesnsity ให้ยกระดับขึ้นไปอีก

หลังจากที่ชิปรุ่นล่าสุดอย่าง Dimensity 9000 ถูกประเมินว่ามีประสิทธิภาพสูสี (หรือดีกว่า) Snapdragon 8 Gen 1 ของ Qualcomm  แต่น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ Dimensity 9000 ก็ยังไม่ได้เดบิวต์เปิดตัวกับสมาร์ทโฟนรุ่นไหนเลย

MediaTek

ขณะที่ Snapdragon 8 Gen 1 นับวันจะยิ่งมีลูกค้ามาต่อคิวยาวเป็นหางว่าวจนแทบผลิตไม่ทันความต้องการ ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปว่า บริษัทจะแก้เกมอย่างไร และห้ามพลาด slot555 สล็อตคุณภาพ เล่นง่าย ปลอดภัย รวยไว มีรางวัลมากมาย

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

Realme อาจเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จสมาร์ทโฟนที่ “เร็วที่สุดในโลก” งาน MWC 2022

uf99999

Realme ค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับแถวหน้าของประเทศจีนเตรียมขนนวัตกรรมใหม่ ๆ มาเปิดตัวในงงาน Mobile World Congress (MWC) 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ซึ่งก็คาดกันว่าจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของค่ายอย่าง GT2 Pro ในงานนี้ด้วยเช่นกัน แต่ล่าสุด ยังมีข่าวลืออีกว่า บริษัทเตรียมที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่มือถือที่ “เร็วที่สุดในโลก” ในงานนี้อีกด้วย

Realme อาจเปิดตัวเทคโนโลยีที่ชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วขึ้น ด้วยกำลังไฟที่น้อยลง

Realme

ภายในงาน Mobile World Congress (MWC) 2022 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ นอกจากจะถึงคิดเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่าง GT2 Pro แล้ว ยังมีข่าวลือว่าทาง Realme เตรียมที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนที่ “เร็วที่สุดในโลก” ภายในงานนี้ด้วย แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับนวัตกรรมที่ว่านี้

แต่ทางค่ายก็บอกใบ้เป็นนัย ๆ ว่า มันเร็วกว่าเทคโนโลยีชาร์จไวระดับ 125W ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน  นอกจากนี้ ยังมีข่าวลือว่า เทคโนโลยีชาร์จไวที่จะเปิดตัวนี้น่าจะอยู่ที่กำไฟราว ๆ 150W ซึ่งมีต้นแบบมาจากเทคโนโลยี 160W ของ OPPO ที่แม้จะชาร์จแบตด้วยกำลังไฟต่ำกว่าราว 10W แต่ก็ใช้อแดปเตอร์แบบเดียวกัน 

Realme

ทั้งนี้ หากการคาดการณ์ทั้งหมดถูกต้อง แน่นอนว่า การชาร์จด้วยกำลังไฟ 150W แม้จะฟังดูมาก แต่ก็ยังไม่ใช่เทคโนโลยีชาร์จแบตที่ “เร็วที่สุดในโลก” แน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ Xiaomi ก็เคยเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไวที่กำลังไฟถึง 200W มาแล้ว ซึ่งมันสามารถชาร์จแบเตอรี่สมาร์ทโฟนขนาด 4,000mAh จาก 0 – 100% ได้ภายในเวลาเพียง 8 นาทีเท่านั้น

Realme

ด้วยเหตุนี้จึงเหลือความเป็นไปได้แค่อย่างเดียว นั่นคือRealme อาจมีเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้ชาร์จแบตเตอรี่มือถือได้เร็วขึ้น โดยใช้กำลังไฟน้อยลง เช่น ใช้กำลังไฟเพียง 150W แต่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วพอ ๆ กับใช้กำลังไฟ 200W เป็นต้น

ซึ่งก็ต้องมารอดูรายละเอียดเต็ม ๆ กันในงานวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ และห้ามพลาด uf99999 เว็บเดิมพันออนไลน์คุณภาพ เดิมพันง่าย รวยไว ปลอดภัย ให้บริการทุกเวลา

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่

วิกฤติหนักกว่าเดิม! TSMC อาจสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ในสหรัฐฯ ล่าช้า

TSMC

TSMC ผู้ผลิตชิปเซ็ตรายใหญ่สัญชาติไต้หวัน อาจจำเป็นต้องชะลอแผนการสร้างโรงงานผลิตชิปเซ็ตแห่งใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่พวกเขาหวังว่าจะช่วยแก้วิกฤติขาดแคลนชิปเซ็ต ออกไปอีกหลายเดือน เนื่องจากเจอปัญหาคนงานไม่พอ แถมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ ยังพุ่งไม่หยุด แถมยังมามีปัญหาการขอใบอนุญาตสร้างโรงงานอีกด้วย ทำให้ตอนนี้เดดไลน์การก่อสร้างเสร็จถูกเลื่อนจากเดือนกันยายนปีนี้ ไปเป็นช่วงครึ่งแรกของปี 2023 แทน

TSMC ต้องรอใบอนุญาตตั้งโรงงานผลิตชิปอีกอย่างน้อย 2 ปี

TSMC

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมา ทาง TSMC บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่สัญชาติไต้หวัน ออกมาประกาศแผนกู้วิกฤติชิปเซ็ตขาดแคลนด้วยการสร้างโรงงานผลิตชิปแห่งใหม่ในรัฐแอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยวางแผนให้เสร็จภายในช่วงเดือนกันยายน ปี 2022 นี้  แต่ล่าสุด Nikkei Asia ได้ออกมารายงานว่า แผนการดังกล่าวอาจต้องชะลอไปก่อน เพราะพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่พุ่งไม่หยุด ทำให้เดดไลน์ถูกเลื่อนจากเดือนกันยายนปีนี้เป็นเป็นช่วงต้นปี 2023 แทน หรือพูดง่าย ๆ ว่าช้ากว่าเดิมครึ่งปีเป็นอย่างน้อย 

TSMC

  อย่างไรก็ตาม แม้ทาง TSMC จะสามารถสร้างตัวโรงงานแล้วเสร็จ แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถเดินเครื่องผลิตชิปเซ็ตได้ทันที เพราะต้องรอใบอนุญาตต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งรวม ๆ แล้วต้องเวลาถึง 2 ปี หรือมากกว่านั้น เท่ากับว่าโรงงานผลิตชิปแห่งนี้สามารถเดินเครื่องผลิตชิปได้ก็อีก 2 – 3 ปี เป็นอย่างน้อย ซึ่งก็หมายความว่า อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อาจต้องเจอปัญหาขาดแคลนชิปเซ็ตไปอีกหลายปี จนกว่าโรงงานแห่งนี้จะเปิดทำการและป้อนชิปเซ็ตเข้าสู่ตลาดได้ตามแผนที่วางไว้

TSMC

ทั้งนี้ ทาง TSMC ยังคงคาดหวังให้ทุกอย่างเป็นไปตามเดดไลน์ที่กำหนดไว้ในตอนแรก แม้อาจจะต้องเปลี่ยนแปลง Timeline เล็กน้อย แต่ทางบริษัทก็ยังเชื่อว่าโรงงานยักษ์ใหญ่งแห่งนี้จะสามารถช่วยคลี่คลายวิกฤติขาดแคลนชิปเซ็ตในปัจจุบันได้อย่างถาวร

ซึ่งจะช่วยให้ราคาสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์กลับสู่ภาวะปกติอีกด้วย และห้ามพลาด สล็อตฟาโรห์ เกมเดิมพันที่เล่นง่าย ได้เงินจริง มีรางวัลมากมาย ฝาก ถอน รวดเร็ว กำลังมาแรง ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตาม ข่าวสารวงการไอที และ อัพเดทได้ก่อนใครที่นี่